<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SiamWiMAX.Com</title>
	<atom:link href="http://www.siamwimax.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamwimax.com</link>
	<description>ชุมชนคนใช้(อยากใช้) WiMAX ในประเทศไทย</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 Feb 2010 16:13:50 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สัมภาษณ์พิเศษ อุทธาฤทธิไกร ขัณฑวีระมงคล วิพากษ์อนาคต 3G ไทย…แบบฉบับกูรู(ตัวจริง!!)</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2010/02/3g-in-thai/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2010/02/3g-in-thai/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Feb 2010 16:13:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[3G]]></category>
		<category><![CDATA[ADSL2/2+ IP-DSLAM]]></category>
		<category><![CDATA[Billing Software]]></category>
		<category><![CDATA[Broadband Network]]></category>
		<category><![CDATA[CDMA]]></category>
		<category><![CDATA[VDSL2]]></category>
		<category><![CDATA[VoIP Solution]]></category>
		<category><![CDATA[Wi-Fi]]></category>
		<category><![CDATA[Wi-Fi-Hotspot]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX]]></category>
		<category><![CDATA[Wireless LAN]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=203</guid>
		<description><![CDATA[บริษัท เอ็น.วี.เค.อินเตอร์ จำกัด (NVK) ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 โดยบริษัทเริ่มจากการนำเสนอโซลูชั่นต่างๆเกี่ยวกับ Broadband Network ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นช่วงเริ่มต้นของการให้บริการ บรอดแบนด์ในประเทศไทย โดยบริษัทมีโซลูชั่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคือ E-Apartment/Hotel Solution
ซึ่งประกอบไปด้วย Hardware และ Software สำหรับให้บริการ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงภายในหอพักและโรงแรม โดยอาศัยเทคโนโลยีทั้งแบบมีสาย (DSL และ HomePNA) และแบบ ไร้สาย (Wi-Fi)
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา NVK ได้ รับความเชื่อถือในวงการโทรคมนาคม และความไว้วางใจจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำหลายราย เพื่อเป็นที่ปรึกษาและจัดหาอุปกรณ์ สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยมีโครงการต่างๆกว่า 500 โครงการทั่วประเทศ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายอยู่มี หลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของ Telco และ ISP ต่างๆได้เช่น ADSL2/2+ IP-DSLAM, Billing Software, VDSL2, VoIP Solution, Wireless LAN รวมไปถึง อุปกรณ์ Telecom [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/retikai809.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/retikai809.jpg" width="120" height="134" />บริษัท เอ็น.วี.เค.อินเตอร์ จำกัด (NVK) ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 โดยบริษัทเริ่มจากการนำเสนอโซลูชั่นต่างๆเกี่ยวกับ Broadband Network ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นช่วงเริ่มต้นของการให้บริการ บรอดแบนด์ในประเทศไทย โดยบริษัทมีโซลูชั่นที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงคือ E-Apartment/Hotel Solution</p>
<p>ซึ่งประกอบไปด้วย Hardware และ Software สำหรับให้บริการ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงภายในหอพักและโรงแรม โดยอาศัยเทคโนโลยีทั้งแบบมีสาย (DSL และ HomePNA) และแบบ ไร้สาย (Wi-Fi)</p>
<p>ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา NVK ได้ รับความเชื่อถือในวงการโทรคมนาคม และความไว้วางใจจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตชั้นนำหลายราย เพื่อเป็นที่ปรึกษาและจัดหาอุปกรณ์ สำหรับการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยมีโครงการต่างๆกว่า 500 โครงการทั่วประเทศ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายอยู่มี หลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของ Telco และ ISP ต่างๆได้เช่น ADSL2/2+ IP-DSLAM, Billing Software, VDSL2, VoIP Solution, Wireless LAN รวมไปถึง อุปกรณ์ Telecom เช่น Fiber Optic Modem, Media Converter, FTTH และ Video Streaming อีกด้วย</p>
<p>NVK มีลูกค้ารายสำคัญเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย (Telco) เช่น TRUE, TOT, TT&amp;T และ CAT และ ISPs ต่างๆ นอกจากนั้นเรายังจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย (VARs) กว่า 250 รายทั่วประเทศ โดยเน้นการให้ความรู้และให้คำปรึกษาแก่พาร์ทเนอร์ในการออกแบบและติดตั้ง<br />
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, WiMax รวมไปถึง 3G  เติบโตรวด เร็ว NVK ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์สู่เทคโนโลยีไร้สายมากขึ้น NVK ได้ รับความไว้วางใจจาก Engenius/Senao บริษัทผู้ผลิต อุปกรณ์ Wireless ชั้นนำของโลก เพื่อเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย  * ความนิยมของอุปกรณ์อินเทอร์ เน็ตแบบไร้สาย (Wi-Fi)</p>
<p>2 ปีที่ผ่านมา ในส่วนของอุปกรณ์ไร้สาย หรือ Wi-Fi  มีมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ให้บริการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ทรู, ทีโอที, CAT รวมไปจนถึง 3BB เราเป็นผู้รับติดตั้งรายหลักสำหรับอุปกรณ์  Wi-Fi โดยเฉพาะรูปแบบการติดตั้งอุปกรณ์นอกตัวอาคาร เช่น ในเมืองใหญ่ๆ กรุงเทพฯ ภูเก็ต หาดใหญ่ โคราช เป็นต้น ประกอบกับในปี 2553 นี้ 3G ถูกเลื่อนให้บริการออกมาจนล่าช้า ทำให้เป็นโอกาสอันดีของเราในการที่โอเปอเรเตอร์เบนการลงทุนมาที่ Wi-Fi ก่อนที่จะมี 3G ทำให้ปีที่แล้ว (2552) เราเติบโตอย่างมากในการรับหน้าที่ส่วนดังกล่าวนี้</p>
<p>และปีนี้ยังเป็นเทรนด์ของ Wi-Fi ต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากติดตั้งง่าย ต้นทุนต่ำ และยังสนับสนุนบริการทางการตลาดของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออีกด้วย ซึ่งบริการเสริมต่างๆ เหล่านี้ยังส่งเสริมให้อุปกรณ์ของเราถูกนำไปติดตั้งมากขึ้น</p>
<p>ปีที่แล้วเราขายแอ็คเซสพอยท์ให้โอเปอเรเตอร์ไปแล้วกว่า 2 หมื่นตัว แบ่งเป็นนอกอาคาร 40% และ ในตัวอาคารกว่า 1 หมื่นตัว คือเฉพาะตลาดของผู้ให้บริการ เหล่านี้เองถือเป็นตัวเลขส่วนหนึ่งทางด้านการตลาดของบรรดาโอเปอเรเตอร์ด้วย จำนวนมากในนั้นเป็นอุปกรณ์ของเราที่นำไปติดตั้ง บิตใหญ่ๆของทีโอทีก็เป็นอุปกรณ์จากเราทั้งหมด ตั้งแต่กลางปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันทีโอทีใช้อุปกรณ์ของเรามาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะลงทุนในส่วนของ Wi-Fi-Hotspot  ปัจจุบัน เรามียอดขายอยู่ที่ 80 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ปีนี้ตั้งเป้าไว้ที่ 130 ล้านบาท กับจำนวนพนักงานที่มีเพียง 13 คน เติบโตไปพร้อมกับทรัพยากรที่มีอยู่ประกอบกับความถนัดของเรา โดยคงไม่ขยายธุรกิจไปแบบก้าวกระโดด ผมคิดว่าถ้าปีนี้การเมืองยังไม่มีอะไรรุนแรง เราก็สามารถที่จะประคองให้ยอดจำหน่ายโดยรวมเติบโตไปได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากการลงทุนของภาครัฐต่างๆ ก็ส่อแววความต่อเนื่องด้วยเช่นกัน</p>
<p>* เหตุใดปัจจุบัน Wi-Fi จึงเป็นที่นิยมและแพร่หลายมาก</p>
<p>ข้อดีของ  Wi-Fi คือ หนึ่ง ราคาถูก สอง คือ ความเร็วสูง แต่ข้อเสียคือการครอบคลุมพื้นที่ให้บริการอาจมีข้อจำกัดอยู่บ้าง จึงเหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่รัศมีไม่กว้างมาก ประมาณไม่เกิน 300 เมตร ต่อหนึ่งแอ็คเซสพอยท์  เนื่องจากยังไม่มีทางเลือก ในการให้บริการที่เป็นปัจจัยสนับสนุน Wi-Fi เพราะ WiMax ก็ไม่เกิด 3G ยัง ดีเลย์ออกไป ผู้ให้บริการเองจึงเลือกที่จะลงทุนกับ Wi-Fi เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 3-5 เปอร์เซ็นต์ ของ WiMax และแม้ Wi-Fi สามารถให้บริการได้ในพื้นที่ไม่ไกลมากนัก แต่ค่อนข้างครอบคลุมในส่วนของสัญญาณระดับที่พอสมควร จึงเหมาะแก่การติดตั้งในสถานที่ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ หรือสวนสาธารณะ เป็นต้น จุดนี้เป็นตัวที่ทำการตลาดให้กับผู้ให้บริการเช่นเราได้เป็นอย่างดี</p>
<p>เฉพาะอย่างยิ่งเวลานี้  Wi-Fi ให้ความเร็วได้สูงสุดถึง 300 Mbps แม้จะมีรัศมีในวงจำกัด แต่ถ้าเราติดตั้งได้ในจุดที่สัญญาณกระจายไปเพียงพอก็จะเป็นส่วนเสริมให้กับ เทคโนโลยีตัวอื่นได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทดแทน ADSL ในบริเวณที่ยังไม่มีให้บริการ อีกทั้ง Wi-Fi มีความเร็วมากกว่า 3G  ยก ตัวอย่างโปรเจ็กต์ที่เรากำลังเจรจากับทีโอทีนั้น มีการใช้ FTTH – Fiber To The Home ความเร็วระดับ 50  เมกะบิต เช่น ที่หาดป่าตองติดตั้งแล้วส่งความเร็วสูงสุดต่อหนึ่งผู้ใช้งานที่ 20 Mb ซึ่งถ้าผู้ใช้บริการอยู่ในจุดที่สัญญาณดีจะได้รับประสบการณ์ที่เหนือความคาด หมาย</p>
<p>* และเหตุใด WiMax กลับ ไม่ค่อยมีคนพูดถึงหรือนิยมใช้กัน</p>
<p>ผมได้เคยศึกษาในเรื่องของ Wi-Maxก่อนที่จะนำ Wi-Fi เข้ามาทำตลาด และพยายามเข้าไปมีส่วนร่วมในหลายโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีปัจจัย 2 อย่าง คือ เทคโนโลยีและไลเซนส์ในเมืองไทย WiMax ไม่เกิดในเมืองไทยอย่างแน่นอนเพราะใน 2 ส่วน นั้นไม่ประสบความสำเร็จ อีกทั้ง หนึ่ง การขอใบอนุญาต WiMax ดำเนินการล่าช้า ตลอดจนความเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ไม่สำเร็จหรือออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน จุดนี้แทบจะทั่วทั้งโลกเลยก็ว่าได้ที่ไม่ได้รับความนิยมให้ WiMax เกิดการใช้งานแพร่หลาย และ WiMax ราคาสูง อุปกรณ์ที่จะมารองรับการใช้งานตามที่คาดหวังจะได้เห็นกับโน้ตบุ๊กหรือแล็บ ท็อปก็ไม่มี ลงทุนไปไม่มีความแน่นอนว่าจะคุ้มค่าหรือไม่</p>
<p>แม้กระทั่งพื้นที่ที่เป็นเป้าหมายการลงทุน WiMax ระดับโลกก็ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น ทรีวัน ในมาเลเซีย หรือแม้กระทั่งผู้ให้บริการอีก 4 รายในประเทศนั้น ก็ถือว่ามีสัดส่วนการลงทุนที่น้อยมาก ที่สำคัญไม่สามารถจะแข่งขันกับ 3G ได้ ทำให้โอเปอเรเตอร์ไม่อยากลงทุนซ้ำซ้อนกับ 3G แม้ว่าสองเทคโนโลยีนี้จะมีลักษณะแตกต่างกันอยู่บ้าง</p>
<p>* ข้อเปรียบเทียบระหว่างการลงทุนติดตั้ง WiMax และ3G</p>
<p>เนื่องจาก WiMax ตามใบอนุญาต คือ ต้องติดตั้งให้ใช้ในพื้นที่หรือบริเวณที่กำหนดเท่านั้น คือ เป็นอุปกรณ์ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ ลักษณะคือใช้งานภายในตัวอาคารและติดตั้งอุปกรณ์ไว้ภายนอกอยู่กับที่ และยัง ต้องมีอุปกรณ์พิเศษในการรับสัญญาณ ทำให้ขณะที่ WiMax เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงก่อน 3G แต่กลับไม่เป็น รูปเป็นร่าง แต่ 3G กลับมีความสามารถที่จะทำ บรอดแบนด์แบบไร้สายได้นั่นเอง เวลานี้ WiMax จึงถูกพูดถึงและหยิบยกไปไว้ทำในส่วนของ 4G หรือ LTE (Long Term Evolution) เสียมากกว่า หากถึงตอนนั้นบ้านเราก็คงมีเรื่องให้ถกเถียงกันอีกพอสมควร ทุกวันนี้ยังทำให้มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านตั้งคำถามว่า&#8230;หรือประเทศไทยเรา ควรข้ามไปทำ LTE และ 4G แม้ WiMax กำหนดการใช้งานได้ในพื้นที่ค่อนข้างแน่นอน แต่โดยความเห็นของผมคิดว่า WiMax คงไม่ใช่ทางเลือกของผู้ให้บริการที่จะนำมาติดตั้ง เรียกว่าองค์ประกอบทางธุรกิจและเทคโนโลยีไม่สมบูรณ์ต่อกัน แต่ผมเองยังเห็นหลายองค์กรหรือหน่วยงาน เช่น กทช. พูดถึงไวแม็กซ์อยู่บ้าง แต่คิดว่าน่าจะเป็นการติดตั้งเพื่อรองรับบริการมือถือในยุคต่อไปเสียมากกว่า เนื่องจากในยุคต่อไปของ LTE จะเป็นการร่วมกันระหว่าง WiMax กับโอเปอเรเตอร์ที่ใช้ระบบ GSM และนั่นยังเป็น เรื่องของอนาคตอยู่</p>
<p>ผมอยากเสนอแนะด้วยว่า กทช. ควรให้เอกชนทดสอบใช้บริการ WiMax ดูบ้าง และเมื่อถึงเวลาที่องค์ประกอบต่างๆ พร้อม เราจะได้เคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว เพราะประสบการณ์จาก 3G ไม่ได้มีการลองผิดถูกมาก่อน ประเทศไทยจึงดำเนินการเกี่ยวกับ 3G ล่าช้า</p>
<p>* ความพร้อมของในส่วนของ 3G และโซลูชั่นรองรับการใช้งาน</p>
<p>เราเองมีประสบการณ์จากการทำ 3G ให้ CAT CDMA มาเป็นเวลาพอสมควร คือประมาณ 2-3 ปี มาแล้ว ทำให้มองเห็นถึงศักยภาพของ 3G ในหลายๆมิติ หนึ่ง คือ สามารถที่จะเพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้กับประชาชนได้ สอง สามารถที่จะรองรับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในอนาคตอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น m-Commerce หรือ social network ตลอดจนการประยุกต์ใช้แอพพลิเคชั่นเพื่อธุรกิจและแอพพลิเคชั่นด้านความ ปลอดภัย รวมไปถึงการทำสื่อนอกอาคาร การทำสตรีมมิ่ง ซีซีทีวี เป็นต้น มีแอพพลิเคชั่นต่างๆ รองรับ 3G ที่จะเกิดขึ้นอีกมาก</p>
<p>ในส่วนของผมเป็นการทำ access ให้กับ 3G เสียมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นตัวอุปกรณ์ในการเชื่อมต่อปลายทาง เช่น เราท์เตอร์ 3G เพื่อที่จะแชร์เป็น Wi-Fi, BBM ต่างๆ หรือวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ รวมไปถึงวางระบบโทรศัพท์บ้านแบบ3G ซึ่งจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่ต่อเนื่องเสียส่วนใหญ่</p>
<p>เราสามารถที่จะนำ 3G มา เป็นเกตเวย์ให้กับ Wi-Fi-Hotspot ใน พื้นที่ใดๆ ที่มีสัญญาณใช้งานได้ และจำเป็นต้องมี Wi-Fi ให้บริการบริเวณนั้นด้วย เพียงแต่หากใช้ 3G เป็นเครือข่ายหลักในการเชื่อมต่อมายังอินเทอร์เน็ต อย่าลืมว่าในยุคก่อนที่ 3G จะแพร่หลายกับก่อนที่ ประชาชนจะมีมือถือใช้กัน Wi-Fi เป็นสิ่งที่มือถือ หลายคนมีอยู่แล้วในเกือบทุกเครื่องที่เป็นสมาร์ทโฟน ฉะนั้น การที่โอเปอเรเตอร์มี Wi-Fi ให้บริการจะเข้าถึง กลุ่มผู้ใช้ได้มากกว่าบริการ 3G ถ้าพูดกัน ณ ปัจจุบันนี้ เฉพาะอย่างยิ่งโน้ตบุ๊กยังไม่มี 3G ติด ตั้งไว้ให้ ส่งผลให้เมื่อ 3Gเกิดขึ้นกลายเป็นผลดี ต่อเทคโนโลยี Wi-Fi หากมองในอีกแง่มุม ด้วยเหตุที่ 2 เทคโนโลยีนี้สามารถเกื้อหนุนกันและกัน</p>
<p>* ปีแรกของ 3G เมืองไทย ท่านคิดเห็นว่าสามารถพัฒนาไปได้เพียงใด</p>
<p>ผมมองว่าน่าจะมีการเติบโตไปได้รวดเร็วคล้ายกับสิ่งที่เกิด ขึ้นกับทีโอทีช่วงแรกที่ 3G เพิ่ม จำนวนผู้ใช้ขึ้นรวดเร็วมาก ต่อไปยิ่งผู้ใช้มีความรู้ในเรื่อง 3G มากพอ ทุกคนก็จะอยากทดสอบหรืออยากลองใช้บ้าง แต่ถ้าราคาค่าบริการหรือแอร์ไทม์ของ 3Gจี ยังแพงอยู่อาจถูกเบรกจากจำนวนผู้ใช้งาน ผมเข้าใจว่าราคานี้คนที่เข้าถึงได้มีเพียง 6 เปอร์เซ็นต์ ของประเทศเท่านั้น คนไทยจำนวนน้อยที่สามารถจ่ายค่าบริการ 3G ในระดับเวลานี้ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ Edge หรือ GPRS และยังมี Hi-speed ตามบ้านที่ราคาถูกกว่า</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งเข้าใจถึงต้นทุนของผู้ให้บริการ 3G จึงต้องตั้งราคาให้สูง ที่สำคัญหากราคาถูกมากเกิดผลกระทบกับคุณภาพ 3G อย่าง แน่นอน ยกตัวอย่างกรณีศึกษาในประเทศอินโดนีเซีย ราคาแอร์ไทม์ 3Gต่อเดือนของเขาต่ำมาก คือประมาณ 300 บาท แต่กลับพบว่าความเร็ว 3G ไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ต 56k โดยเป็นบทเรียนให้บ้านเราเห็นแล้วว่าหากทำราคาให้ต่ำเกิน ไปคุณภาพจะลดลงตาม เพราะ 3G เป็นการเชื่อมต่อในฝัน ของทุกคนด้วยความที่เป็นเทคโนโลยีไร้สายความเร็วสูง หากเมื่อใดที่ไม่มีอุปสรรคในเรื่องของราคา ทุกคนก็จะเข้าหาเทคโนโลยี 3G พร้อมกัน แต่เป็นธรรมชาติของโลกว่าสิ่งไหนที่สมบูรณ์แบบหรือดีมากๆ มักจะมีข้อจำกัดผมมองว่า 3G สามารถโตได้ในระดับ หนึ่งจนกว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาทดแทน</p>
<p>* ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับค่าแอร์ไทม์ ให้ราคาถูกลง</p>
<p>ภาครัฐต้องทำไปพร้อมๆ กันระหว่างอินเทอร์เน็ตแบบมีสายและไร้สาย ไม่มีทางที่จะหยุดสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ หากเรามองว่า 3G จะไปทดแทนอินเทอร์เน็ตหลักหรือแบบมีสาย เท่ากับดำเนินโครงการผิดวัตถุประสงค์ เพราะต้องทำให้คนจำนวน 80% ที่ต้องใช้แบบมีสาย เนื่องจากสามารถที่จะควบคุมคุณภาพการขยายโครงข่ายอย่างไม่มีข้อจำกัดสิ่งที่ เป็นข้อจำกัดคือความถี่ โดยต้องให้อีก 20% อยู่กับ โครงข่ายไร้สาย จึงจะเกิดสิ่งที่พอดีและพอเพียงกับทรัพยากรโครงข่ายที่ประเทศของเรามี</p>
<p>หากภาครัฐดำเนินนโยบายผิดวิธีเทคโนโลยี 3G ก็จะเจอทางตันกับความแออัดบนอากาศ แบบเดียวกับประเทศอินโดนีเซียเกิดขึ้น การไปมุ่งเน้นไร้สายหรือ 3G ทำให้คุณภาพอินเทอร์เน็ตย่ำแย่ ซึ่งเวลานั้นหาทางแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว วิธีถูกต้องคือกลับไปขยายเครือข่ายแบบมีสายอยู่ดี เวลานี้เรามีบรอดแบนด์ผ่านสายโทรศัพท์บ้านคุณภาพการใช้งานค่อนข้างดี 3G จึงมีบทบาทเข้ามาเป็นส่วนเสริมในพื้นที่ห่างไกลซึ่งสายยัง เข้าไปไม่ถึง  แต่ ณ จุดนั้นก็ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานหลักด้วย จึงอยากให้เทคโนโลยีไร้สายและแบบมีสายเป็นส่วนที่เข้ามาเสริมกันมากกว่าที่ จะแข่งขันกันเอง รัฐบาลควรกำหนดสิทธิประโยชน์เอาไว้ให้ผู้ลงทุนแบบมีสายทำโดยครอบคลุมที่สุด และถ้ามีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ธุรกรรมบนโลกออนไลน์ก็จะโตและส่งเสริมระบบเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นด้วย</p>
<p>* ข้อดีของ LTE (Long Term Evolution) ที่เป็น Generation ต่อไปของ 3G</p>
<p>ยุคของ LTE จะทำ ให้ความแออัดของช่องทางการสื่อสารของข้อมูลลดน้อยลง สามารถรองรับผู้ใช้งานบนคลื่นความถี่เดียวกันได้มากขึ้น โดยรองรับผู้ใช้ในระดับ 100 MB กระตุ้นให้มีผู้บริโภคเข้ามาสู่บริการไร้สายแบบ Mobile Broadband จำนวนสูงขึ้น อีกทั้งรองรับผู้ใช้ในปริมาณมากกว่า 3G ตลอดจน LTE มีความเร็วเฉลี่ยในระดับสูงขึ้นอีก</p>
<p>ผมเองมีหลักการส่วนตัวในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอยู่ว่า คนจะเลือกใช้  FTTH (Fiber To The Home) เป็นอันดับแรก  สอง ADSL และ สามคือ Wi-Fi หากพื้นที่นั้นไม่มี  FTTH ไม่มีเอดีเอสแอลหรือไว-ไฟ ผู้ใช้จึงจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับเครือข่าย 3G ทั้ง หมดนี้เป็นเรื่องของประสิทธิภาพกับราคา สามจีจะเหมือนเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ถ้าจำเป็นจริงๆ คนถึงจะใช้ เช่น อยู่นอกบ้าน ไปทำงาน หรือ ทำธุรกิจข้างนอกบ้าน เป็นต้น เรียกว่าเป็นเรื่องของ anywhere แต่ถ้ามี Wi-Fi  ผู้ใช้จะเลือกเป็นอันดับแรก เพราะหลังจากนี้ Wi-Fi  สามารถอัพความ เร็วสูงกว่า 3G ได้ที่สูงสุด 20 MB</p>
<p>* กรณีที่เอไอเอสขอโรมมิ่งกับทีโอทีแต่ยังไม่มี บทสรุป ท่านคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร</p>
<p>ผมมองว่าเวลานี้เอไอเอสอยู่ในฐานะเสือลำบาก เพราะไม่มีรูปแบบที่จะทดสอบ 3G เหมือนกับทรูหรือดีแทค เนื่องจากโครงข่ายที่เอไอเอสลงทุนไปเป็นย่านความถี่แบบ in-band เครื่องลูกข่ายไม่สามารถใช้งานได้ จำเป็นต้องมีเครื่องพิเศษ เพราะถึงแม้เอไอเอสจะติดตั้งไปหลายพันโหนดก็ไม่สามารถที่จะให้บริการได้ อย่างเต็มที่ แตกต่างกับทรูมูฟและดีแทคที่เครื่องลูกข่ายทั่วไปแทบจะทุกยี่ห้อสามารถจะใช้ งานได้ทันที ด้วยบริการ 3G ในย่านความถี่ 850 MHz  ทั้งนี้ เอไอเอสยังไม่ได้ลงทุนในส่วนที่จะรองรับ 3G ลักษณะ ดังกล่าว จึงต้องไปขอความร่วมมือกับทีโอทีในการโรมมิ่ง การชิงไหวพริบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่หากมองในแง่ของผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าใครจะได้สัมปทานหรือเป็นอย่างไรต่อไป หากเอไอเอสได้บริการ 3G จะเกิดการพลิกผันทางการตลาดพอสมควร เนื่องจากเอไอเอสมีฐานลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าหากไม่เป็นไปตามที่เอไอเอสมีความต้องการผลประโยชน์จะตกที่ mvno ของทีโอทีเต็มๆ แต่หากเอไอเอสได้โรมมิ่งแล้วในทางกลับกัน mvno น่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอน</p>
<p>ผู้ใช้บริการคงไม่สนใจว่า mvno จะหน้าตาเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าหลายคนอยากให้เอไอเอสได้เข้ามาทำตลาด หรือแม้กระทั่งดีแทคและทรูมูฟเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยโอเปอเรเตอร์ทั้งหมดจะทำให้เราได้เข้าถึง 3G อย่างเร็วที่สุด ง่ายที่สุดและสะดวกที่สุด เมื่อเกิดการแข่งขันมากขึ้น คุณภาพของ 3G จะดีขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งราคาแอร์ไทม์จะถูกลง</p>
<p>* เกี่ยวกับ www.adslthailand.com</p>
<p>ผมเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์นี้ขึ้นมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มทำงานแรกๆ เป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้ใช้บรอดแบนด์ ทั้งเอดีเอสแอล ไว-ไฟ 3G เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงการใช้งาน การตั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ หรือการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต เราเป็นผู้ติดตั้งระบบทดสอบความเร็วเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่สามารถทดสอบ ไปทั่วโลก โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ของเราเอง ลงทุนไปปีละประมาณ 2 ล้านบาท ในการทำบริการตรงนี้ เราเป็น test speed server ที่มีคนเข้ามาทดสอบมากที่สุด  และนอกจากเข้ามาทดสอบความเร็วแล้วยังมีการรายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ให้บริการเองที่คอยมอนิเตอร์เว็บฯ นี้ตลอดว่ายูสเซอร์รายใดมีปัญหา ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพ เราถือว่าเรามีศักยภาพมากในการเป็นชุมชนของผู้ใช้เกี่ยวกับบรอดแบนด์  ถือ เป็นเว็บอันดับหนึ่งของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในเมืองไทย เรามียอดผู้เข้าชมเว็บฯ ประมาณ 6 หมื่นคนต่อวัน ถือว่าประสบความสำเร็จเช่นกันในส่วนนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2010/02/3g-in-thai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Skype เปิดตัวบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตบนหน้าจอทีวี</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2010/01/skype-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2010/01/skype-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 09 Jan 2010 15:45:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[faceVision]]></category>
		<category><![CDATA[HDTV]]></category>
		<category><![CDATA[high-definition TV]]></category>
		<category><![CDATA[In Store Solutions]]></category>
		<category><![CDATA[LG NetCast Entertainment Access]]></category>
		<category><![CDATA[Panasonic VIERA CAST]]></category>
		<category><![CDATA[Skype]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=201</guid>
		<description><![CDATA[
Skype ผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตพยายามผลักตัวเองออกจากหน้าจอ คอมพิวเตอร์ มาสู่โทรศัพท์บ้าน และโทรศัพท์มือถือ ล่าสุดเทคโนโลยีโทรศัพท์ผ่านเน็ตทั้งในรูปแบบวิดีโอและเสียงของสไกป์กำลัง ถูกแนบมาในชุดโทรทัศน์ความละเอียดสูงหรือ high-definition TV (HDTV) ที่สามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้
สไกป์ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคม 2010 ที่ผ่านมาว่า บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตของสไกป์นั้นจะปรากฏโฉมในเอชดีทีวีหลายรุ่น ของพานาโซนิก (Panasonic) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี VIERA CAST สำหรับรับสัญญาณสตรีมมิงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ผู้ใช้สามารถชมวิดีโอ ออนดีมานด์จากอินเทอร์เน็ตได้
นอกจากพานาโซนิก บริการของสไกป์ยังจะปรากฏในแอลซีดีและพลาสม่าความละเอียดสูงรุ่นใหม่ๆของแอล จี (LG) ด้วย ซึ่งเป็นรุ่นที่มีเทคโนโลยี NetCast Entertainment Access สำหรับชมวีดีโอออนไลน์เช่นกัน โดยเอชดีทีวีทั้งหมดคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้ในกลางปีนี้
แอล จีและพานาโซนิกจะจำหน่ายทีวีพร้อมกับชุดเว็บแคมหรือกล้องถ่ายวิดีโอขนาดจิ๋ว ความละเอียดสูงที่สามารถให้ภาพความละเอียด 720p ตามมาตรฐานเอชดี นี่เองคืออุปกรณ์สำคัญที่ผู้ใช้จะสามารถทำ&#8221;วิดีโอคอล&#8221;หรือการโทรศัพท์ผ่าน อินเทอร์เน็ตแบบเห็นหน้าตาได้บนทีวี
สไกป์นั้นเคยเป็นบริษัทในเครืออีเบย์ (eBay) ก่อนจะถูกขายให้กับกลุ่มนักลงทุนในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริการของสไกป์คือการเปิดช่องให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถโทรศัพท์ถึงกันจาก หน้าคอมพิวเตอร์ได้ฟรีจากทุกมุมโลก แต่จะคิดค่าบริการเพียงเล็กน้อยกับสมาชิกที่โทรศัพท์ไปยังเครื่องโทรศัพท์ มือถือหรือโทรศัพท์บ้าน บริการของสไกป์ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกเนื่องจากความคุ้มค่าในการโทรข้าม ประเทศ ซึ่งผู้ใช้จะไม่ต้องเสียค่าโรมมิ่งราคาแพงอย่างที่เคยในอดีต
สไกป์ระบุว่า ผู้ใช้สไกป์บนคอมพิวเตอร์จะสามารถทำวิดีโอคอลได้บนภาพความละเอียดสูง 720p ในเร็ววันนี้ โดยการทำวิดีโอคอลความละเอียดสูงนั้นจะเกิดขึ้นได้บนอินเทอร์เน็ตความเร็ว สูงเท่านั้น ต้องมีเว็บแคมความละเอียดสูง พร้อมหน่วยประมวลผลความเร็วรอบไม่ต่ำกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/5530000001.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/5530000001.jpg" width="500" height="300" /></p>
<p>Skype ผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตพยายามผลักตัวเองออกจากหน้าจอ คอมพิวเตอร์ มาสู่โทรศัพท์บ้าน และโทรศัพท์มือถือ ล่าสุดเทคโนโลยีโทรศัพท์ผ่านเน็ตทั้งในรูปแบบวิดีโอและเสียงของสไกป์กำลัง ถูกแนบมาในชุดโทรทัศน์ความละเอียดสูงหรือ high-definition TV (HDTV) ที่สามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้</p>
<p>สไกป์ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคม 2010 ที่ผ่านมาว่า บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตของสไกป์นั้นจะปรากฏโฉมในเอชดีทีวีหลายรุ่น ของพานาโซนิก (Panasonic) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี VIERA CAST สำหรับรับสัญญาณสตรีมมิงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ผู้ใช้สามารถชมวิดีโอ ออนดีมานด์จากอินเทอร์เน็ตได้</p>
<p>นอกจากพานาโซนิก บริการของสไกป์ยังจะปรากฏในแอลซีดีและพลาสม่าความละเอียดสูงรุ่นใหม่ๆของแอล จี (LG) ด้วย ซึ่งเป็นรุ่นที่มีเทคโนโลยี NetCast Entertainment Access สำหรับชมวีดีโอออนไลน์เช่นกัน โดยเอชดีทีวีทั้งหมดคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้ในกลางปีนี้</p>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/indextvv1.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/indextvv1.jpg" width="595" height="424" />แอล จีและพานาโซนิกจะจำหน่ายทีวีพร้อมกับชุดเว็บแคมหรือกล้องถ่ายวิดีโอขนาดจิ๋ว ความละเอียดสูงที่สามารถให้ภาพความละเอียด 720p ตามมาตรฐานเอชดี นี่เองคืออุปกรณ์สำคัญที่ผู้ใช้จะสามารถทำ&#8221;วิดีโอคอล&#8221;หรือการโทรศัพท์ผ่าน อินเทอร์เน็ตแบบเห็นหน้าตาได้บนทีวี</p>
<p>สไกป์นั้นเคยเป็นบริษัทในเครืออีเบย์ (eBay) ก่อนจะถูกขายให้กับกลุ่มนักลงทุนในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริการของสไกป์คือการเปิดช่องให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถโทรศัพท์ถึงกันจาก หน้าคอมพิวเตอร์ได้ฟรีจากทุกมุมโลก แต่จะคิดค่าบริการเพียงเล็กน้อยกับสมาชิกที่โทรศัพท์ไปยังเครื่องโทรศัพท์ มือถือหรือโทรศัพท์บ้าน บริการของสไกป์ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกเนื่องจากความคุ้มค่าในการโทรข้าม ประเทศ ซึ่งผู้ใช้จะไม่ต้องเสียค่าโรมมิ่งราคาแพงอย่างที่เคยในอดีต</p>
<p>สไกป์ระบุว่า ผู้ใช้สไกป์บนคอมพิวเตอร์จะสามารถทำวิดีโอคอลได้บนภาพความละเอียดสูง 720p ในเร็ววันนี้ โดยการทำวิดีโอคอลความละเอียดสูงนั้นจะเกิดขึ้นได้บนอินเทอร์เน็ตความเร็ว สูงเท่านั้น ต้องมีเว็บแคมความละเอียดสูง พร้อมหน่วยประมวลผลความเร็วรอบไม่ต่ำกว่า 1.8 GHz และต้องมีซอฟต์แวร์สไกป์เวอร์ชัน Skype 4.2 ซึ่งขณะนี้ยังเป็นเวอร์ชันทดลองหรือ Beta สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เท่านั้น โดยสไกป์ยังไม่เปิดเผยกำหนดการคลอดเวอร์ชันสำหรับแมคอินทอชในขณะนี้</p>
<p>สไกป์ระบุว่า ผู้ผลิตเว็บแคมรายอื่นๆในตลาดเช่น faceVision และ In Store Solutions ต่างกำลังจะเปิดตัวเว็บแคมความละเอียด 720p ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะส่งเสริมให้การทำวิดีโอคอลความละเอียดสูงแพร่หลายมากยิ่งขึ้น</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/553000zjz.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/553000zjz.jpg" /><img src="http://img.spacethai.net/images/553000vsv.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/553000vsv.jpg" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2010/01/skype-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Wi-Fi กับ WiMAX</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87wifi-wimax/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87wifi-wimax/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Nov 2009 05:31:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความเทคโนโลยี WiMAX]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE]]></category>
		<category><![CDATA[IEEE 802.16]]></category>
		<category><![CDATA[Wi-Fi]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX QoS]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX Quality of service]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX และ Wi-Fi]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=197</guid>
		<description><![CDATA[
หลายคนสับสนระหว่าง WiMAX กับ Wi-Fi ทั้งคู่มีตัวย่อตัวอักษรแรกเหมือนกันคือ Wi และใช้มาตรฐาน IEEE บนสถาปัตยกรรม &#8220;802.&#8221; เหมือนกัน มีความเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่ายและอินเตอร์เน็ตเหมือนกัน อย่างไรก็ตามมาตรฐานทั้งสองมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยและความต้องการในการใช้งาน.

WiMAX เป็นคลื่นสัญญาณที่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อแบบ point-to-point กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ISP ไปยังลูกค้า end user โดยใช้มาตรฐาน 802.16 กับการเชื่อมต่อจากอุปกรณืแบบพกพา เช่นโทรศัพท์ไร้สาย
Wi-Fi เป็นคลื่นที่ไม่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อเครือข่าย นั้นหมายความว่า มีแค่สัญญาณครอบคลุม กับรหัสผ่านก็สามารถเข้าใช้งานได้แล้ว
WiMAX และ Wi-Fi มีการกำหนดความต้องการในการใช้บริการ Quality of Service (QoS) โดย WiMAX จะใช้กลไกในการเชื่อมต่อระหว่างสถานีฐานกับอุปกรณืของผู้ใช้ โดยในแต่ละการเชื่อมต่อจะมีการกำหนดค่าอัลกอรึทึ่ม ส่วน Wi-Fi ใช้ QoS ในการกำหนดค่าการเชื่อมต่อ Ethernet กำหนดการไหลของแพ็คเก็จข้อมูล เช่นการใช้งานโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต VoIP ผ่านเว็บเบราเซอร์
คลื่นความถี่ในการให้บริการจะมีมาตรฐาน 2.3GHZ, 2.5GHz และ 3.5MHz แต่สำหรับในประเทศไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.spacethai.net/images/00173lglte.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/00173lglte.jpg" width="456" height="313" /></p>
<p>หลายคนสับสนระหว่าง WiMAX กับ Wi-Fi ทั้งคู่มีตัวย่อตัวอักษรแรกเหมือนกันคือ Wi และใช้มาตรฐาน IEEE บนสถาปัตยกรรม &#8220;802.&#8221; เหมือนกัน มีความเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่ายและอินเตอร์เน็ตเหมือนกัน อย่างไรก็ตามมาตรฐานทั้งสองมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยและความต้องการในการใช้งาน.</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/00173evolu.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/00173evolu.jpg" /></p>
<p><strong>WiMAX</strong> เป็นคลื่นสัญญาณที่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อแบบ point-to-point กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ISP ไปยังลูกค้า end user โดยใช้มาตรฐาน 802.16 กับการเชื่อมต่อจากอุปกรณืแบบพกพา เช่นโทรศัพท์ไร้สาย<br />
<strong>Wi-Fi </strong>เป็นคลื่นที่ไม่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อเครือข่าย นั้นหมายความว่า มีแค่สัญญาณครอบคลุม กับรหัสผ่านก็สามารถเข้าใช้งานได้แล้ว<br />
<strong>WiMAX </strong>และ <strong>Wi-Fi</strong> มีการกำหนดความต้องการในการใช้บริการ Quality of Service (QoS) โดย WiMAX จะใช้กลไกในการเชื่อมต่อระหว่างสถานีฐานกับอุปกรณืของผู้ใช้ โดยในแต่ละการเชื่อมต่อจะมีการกำหนดค่าอัลกอรึทึ่ม ส่วน Wi-Fi ใช้ QoS ในการกำหนดค่าการเชื่อมต่อ Ethernet กำหนดการไหลของแพ็คเก็จข้อมูล เช่นการใช้งานโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต VoIP ผ่านเว็บเบราเซอร์</p>
<p>คลื่นความถี่ในการให้บริการจะมีมาตรฐาน 2.3GHZ, 2.5GHz และ 3.5MHz แต่สำหรับในประเทศไทย ขั้นแรกทาง กทช ได้อนุมัติและทดสอบการให้บริการภายใต้คลื่นความถี่ 2.3GHz และ 2.4GHz ส่วน 2.5GHz ขึ้นไปยังมีสัญญาณรบกวนอยู่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อไป สำหรับรัศมีในการให้บริการจะอยู่ที่ 50 กิโลเมตรโดยประมาณ</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/00173image.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/00173image.jpg" /></p>
<p>เอาเป็นว่า ใครที่ใช้ Wi-Fi อยู่ หลายๆ คนคงจะหาเสาเพื่อช่วยเพิ่มรัศมีในการรับสัญญาณ Wireless เพื่อรู้ถึงขีดความสามารถที่มีความสามารถในการส่งสัญญาณแค่ 30 เมตร จะดีแค่ไหนหากว่า WiMAX ตอบสนองในการใช้งานที่ครอบคลุมกว่า และกว้างไกลกว่า (50 กิโลเมตร) ไม่ต้องเดินเข้าร้านกาแฟหรืออยู่ในห้างที่จำกัดบริเวณ ก็สามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีสัญญาณ WiMAX ครอบคลุม</p>
<p><strong><span style="font-size: 14px;">คุณสมบัติมาตรฐาน IEEE 802.16 </span></strong></p>
<ul>
<li>รัศมีการกระจายสัญญาณ – 30 ไมล์ (50 กิโลเมตร) จากสถานีฐาน</li>
<li>ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล &#8211; 70 เม็กกะบิตต่อวินาที (ปกติเราใช้ Wi-Fi กันแค่ 1 – 2 เม็กกะบิตต่อวินาทีเท่านั้นเอง)</li>
<li>ไม่จำเป็นต้องใช้ Line-of-sight ระหว่างผู้ใช้กับสถานีฐาน</li>
<li>ย่านความถี่ 2 ถึง 11 GHz และ 10 ถึง 66 GHz (คลื่นที่ได้รับสัมปทานและไม่ได้รับสัมปทาน)</li>
<li>กำหนดค่าได้ทั้ง MAC และ PHY รวมไปถึงสนับสนุน PHY-layer</li>
</ul>
<p>ข้อมูลจาก i3.in.th</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/11/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87wifi-wimax/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>29 ตุลาคม ปี 2009 ครบรอบ 40 ปีของ &#8220;อินเทอร์เน็ต&#8221;</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/10/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-40-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/10/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-40-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Oct 2009 11:45:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[40 ปี อินเตอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[40 ปี อินเทอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[Advanced Research Projects Agency NETwork]]></category>
		<category><![CDATA[ARPANET]]></category>
		<category><![CDATA[internet]]></category>
		<category><![CDATA[UCLA]]></category>
		<category><![CDATA[อินเตอร์เน็ต]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทอร์เน็ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=195</guid>
		<description><![CDATA[คณะผู้ให้กำเนิดอินเทอร์เน็ตเตรียมจัดงานฉลองครบรอบ 40 ปี ของอินเทอร์เน็ตในวันพฤหัสบดีนี้
เลียว นาร์ด เคลนร็อค และคณะที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตลอสแองเจลิส (UCLA) เผยว่า รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ที่มีผู้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เฟซบุ้ค ทวีตเตอร์ ยูทูบ หลังจากเขาและทีมงานทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งของยูซีแอลเอสามารถคุยกับ อีกเครื่องที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2512 ถือเป็นจุดกำเนิดของอินเทอร์เน็ต จนถึงวันนี้ถือว่าอินเทอร์เน็ตสู่วัยรุ่นแล้วและยังต้องเติบโตอีกไกล
เคลน ร็อค วัย 75 ปีเผยถึงจุดกำเนิดอินเทอร์เน็ตว่า เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าคอมพิวเตอร์ถูกออกแบบมาให้คุยกันเพื่อสร้างเครือข่าย และควรใช้งานง่ายเหมือนโทรศัพท์ หัวใจสำคัญของการทำให้คอมพิวเตอร์แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้คือการจัดแบ่งข้อ มูลดิจิตัลให้เป็นกลุ่มข้อมูลในเรื่องเดียวกันที่ผู้ใช้สามารถเรียกดูได้ ทันที เขาเสนอแนวคิดนี้ในวิทยานิพนธ์ปี 2505 แล้วนำเสนอบริษัทใหญ่หลายแห่งรวมทั้งเอทีแอนด์ทีแต่ไม่มีใครสนใจ เขาและทีมงานทดลองส่งข้อความแรกไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องที่อยู่คนละสถาน ที่ ตั้งใจพิมพ์คำว่า “LOG” แต่ส่งได้เพียงคำว่า “Lo” จากนั้นมีมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งมาร่วมเป็นเครือข่าย ตามด้วยการได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานโครงการวิจัยก้าวหน้าสหรัฐ จนกระทั่งมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาตินำซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาร่วมในเครือข่าย ช่วงปลายคริสตทศวรรษหลังปี 1980 เป็นการเปิดชุมชนออนไลน์ไปสู่แวดวงวิทยาศาสตร์
อินเทอร์เน็ตเริ่มเป็น ที่สนใจของสาธารณะเพราะทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ (E-mail) และจุดกระแสธุรกิจดอทคอมให้เฟื่องฟูก่อนฟองสบู่แตกในปลายศตวรรษ เคลนร็อค ระบุว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/mnewsigqg.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/mnewsigqg.jpg" width="320" height="240" />คณะผู้ให้กำเนิดอินเทอร์เน็ตเตรียมจัดงานฉลองครบรอบ 40 ปี ของอินเทอร์เน็ตในวันพฤหัสบดีนี้</p>
<p>เลียว นาร์ด เคลนร็อค และคณะที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตลอสแองเจลิส (UCLA) เผยว่า รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ที่มีผู้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เฟซบุ้ค ทวีตเตอร์ ยูทูบ หลังจากเขาและทีมงานทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งของยูซีแอลเอสามารถคุยกับ อีกเครื่องที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2512 ถือเป็นจุดกำเนิดของอินเทอร์เน็ต จนถึงวันนี้ถือว่าอินเทอร์เน็ตสู่วัยรุ่นแล้วและยังต้องเติบโตอีกไกล</p>
<p>เคลน ร็อค วัย 75 ปีเผยถึงจุดกำเนิดอินเทอร์เน็ตว่า เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าคอมพิวเตอร์ถูกออกแบบมาให้คุยกันเพื่อสร้างเครือข่าย และควรใช้งานง่ายเหมือนโทรศัพท์ หัวใจสำคัญของการทำให้คอมพิวเตอร์แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้คือการจัดแบ่งข้อ มูลดิจิตัลให้เป็นกลุ่มข้อมูลในเรื่องเดียวกันที่ผู้ใช้สามารถเรียกดูได้ ทันที เขาเสนอแนวคิดนี้ในวิทยานิพนธ์ปี 2505 แล้วนำเสนอบริษัทใหญ่หลายแห่งรวมทั้งเอทีแอนด์ทีแต่ไม่มีใครสนใจ เขาและทีมงานทดลองส่งข้อความแรกไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องที่อยู่คนละสถาน ที่ ตั้งใจพิมพ์คำว่า “LOG” แต่ส่งได้เพียงคำว่า “Lo” จากนั้นมีมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งมาร่วมเป็นเครือข่าย ตามด้วยการได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานโครงการวิจัยก้าวหน้าสหรัฐ จนกระทั่งมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาตินำซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาร่วมในเครือข่าย ช่วงปลายคริสตทศวรรษหลังปี 1980 เป็นการเปิดชุมชนออนไลน์ไปสู่แวดวงวิทยาศาสตร์</p>
<p>อินเทอร์เน็ตเริ่มเป็น ที่สนใจของสาธารณะเพราะทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ (E-mail) และจุดกระแสธุรกิจดอทคอมให้เฟื่องฟูก่อนฟองสบู่แตกในปลายศตวรรษ เคลนร็อค ระบุว่า ด้านมืดของอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นเมื่อมีการปล่อยซอฟต์แวร์เจาะระบบตัวแรกในปี 2531 ตามด้วยการส่งอีเมล์ขยะชิ้นแรกเมื่อปี 2537 เขาและทีมต้องส่งระดมส่งอีเมล์กลับไปจนเครื่องของผู้ส่งอีเมล์ขยะล่ม ผู้ให้กำเนิดอินเทอร์เน็ตคาดว่า อีกไม่นานอินเทอร์เน็ตจะปรากฏอยู่ทุกหนแห่งในการดำเนินชีวิตประจำวัน</p>
<blockquote><p>อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นเครือข่ายสำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการสร้างเครือข่ายคือ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้ เครือข่าย ARPANET ถือเป็นเครือข่ายเริ่มแรก ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครือข่าย อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/10/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a-40-%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Android 1.6 code name Donut ออกแล้ว</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/09/android-1-6-donut/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/09/android-1-6-donut/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 03:24:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เทคโนโลยีสื่อสาร]]></category>
		<category><![CDATA[Android]]></category>
		<category><![CDATA[Android 1.6]]></category>
		<category><![CDATA[Android Cupcake]]></category>
		<category><![CDATA[Android Donut]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=191</guid>
		<description><![CDATA[
Android หรือระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ไร้สายเช่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่ง Google เป็นผู้ให้กำเนิดและวางแนวทางการพัฒนาให้เป็นแบบโอเพนซอร์สเพื่อให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากไม่กี่เดือนืที่ผ่านมาได้มีการออกเวอร์ชัน ที่มี Code name ว่า Cupcake ตอนนี้ก็มีการพัฒนาต่อ เป็น Android 1.6 code name &#8220;Donut&#8221;
สำหรับเวอร์ชั่นใหม่นี้เป็นการปรับปรุงตามแผนปรกติ มีฟีเจอร์หลักๆ ที่เพิ่มขึ้นคือ

รองรับหน้าจอได้หลายขนาดขึ้น อันนี้ชัดเจนเพราะ Android เองกำลังบุกตลาดเน็ตบุ๊กค่อนข้างแน่
ถ่ายวีดีโอได้ในตัว
แสดงการใช้พลังงานของซอฟต์แวร์แต่ละตัว อันนี้เจ๋งมาก แจกแจงทีละโปรแกรมว่าใช้พลังงานเป็นสัดส่วนเท่าใหร่ของเครื่อง
รองรับ VPN ในตัว เข้าใจว่าทำมาเพื่อเอาใจลูกค้า enterprise
ระบบค้นหาใหม่ ทำให้ซอฟต์แวร์อื่นๆ สามารถส่งข้อมูลเข้าไปในผลการค้นหาได้

และเราอาจได้เห็นอุปกรณ์ที่ใช้ Android 1.6 Code name &#8220;Donut&#8221; ราวๆเดือนตุลาคมนี้

ข่าวนี้ถึงแม้ไม่เกี่ยวกับ WiMAX โดยตรง แต่ก็มีโอกาศเป็นไปได้ว่าเมื่อมีการวางมาตราฐานโทรศัพท์มือถือบนโครงข่าย WiMAX ที่เป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ อนาคต Android ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับระบบปฏิบัติการโทรศัพทืมือถือบนโครงข่าย WiMAX ก็เป้นได้

VDO ด้านล่างคือ VDO เปิดตัว Android 1.6 code name Donut จากทาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://img.spacethai.net/images/logoandroi.gif" alt="http://img.spacethai.net/images/logoandroi.gif" /></p>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/donut.png" alt="http://img.spacethai.net/images/donut.png" width="200" height="200" />Android หรือระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ไร้สายเช่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่ง Google เป็นผู้ให้กำเนิดและวางแนวทางการพัฒนาให้เป็นแบบโอเพนซอร์สเพื่อให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากไม่กี่เดือนืที่ผ่านมาได้มีการออกเวอร์ชัน ที่มี Code name ว่า Cupcake ตอนนี้ก็มีการพัฒนาต่อ เป็น Android 1.6 code name &#8220;Donut&#8221;</p>
<p>สำหรับเวอร์ชั่นใหม่นี้เป็นการปรับปรุงตามแผนปรกติ มีฟีเจอร์หลักๆ ที่เพิ่มขึ้นคือ</p>
<ul>
<li>รองรับหน้าจอได้หลายขนาดขึ้น อันนี้ชัดเจนเพราะ Android เองกำลังบุกตลาดเน็ตบุ๊กค่อนข้างแน่</li>
<li>ถ่ายวีดีโอได้ในตัว</li>
<li>แสดงการใช้พลังงานของซอฟต์แวร์แต่ละตัว อันนี้เจ๋งมาก แจกแจงทีละโปรแกรมว่าใช้พลังงานเป็นสัดส่วนเท่าใหร่ของเครื่อง</li>
<li>รองรับ VPN ในตัว เข้าใจว่าทำมาเพื่อเอาใจลูกค้า enterprise</li>
<li>ระบบค้นหาใหม่ ทำให้ซอฟต์แวร์อื่นๆ สามารถส่งข้อมูลเข้าไปในผลการค้นหาได้</li>
</ul>
<p>และเราอาจได้เห็นอุปกรณ์ที่ใช้ Android 1.6 Code name &#8220;Donut&#8221; ราวๆเดือนตุลาคมนี้</p>
<blockquote>
<p style="text-align: left;">ข่าวนี้ถึงแม้ไม่เกี่ยวกับ WiMAX โดยตรง แต่ก็มีโอกาศเป็นไปได้ว่าเมื่อมีการวางมาตราฐานโทรศัพท์มือถือบนโครงข่าย WiMAX ที่เป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ อนาคต Android ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับระบบปฏิบัติการโทรศัพทืมือถือบนโครงข่าย WiMAX ก็เป้นได้</p>
</blockquote>
<p>VDO ด้านล่างคือ VDO เปิดตัว Android 1.6 code name Donut จากทาง Google<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/MBRFkLKRwFw&amp;color1=0x3a3a3a&amp;color2=0x999999&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/MBRFkLKRwFw&amp;color1=0x3a3a3a&amp;color2=0x999999&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/09/android-1-6-donut/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Verizon เริ่มขั้นตอนทดสอบใช้งานเครือข่าย 4G เรียบร้อยแล้ว</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/09/verizon-test-4g/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/09/verizon-test-4g/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Sep 2009 14:41:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[Clearwire]]></category>
		<category><![CDATA[Long Term Evolution]]></category>
		<category><![CDATA[LTE]]></category>
		<category><![CDATA[Verizon]]></category>
		<category><![CDATA[Verizon Wireless]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่าย 4G]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี 4G]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=182</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ผมเงียบไปนานเพราะมีภารกิจส่วนตัวมากจริงๆครับ เร็วนี้จะทำ Twitter ของ siamWiMAX ด้วย ส่วนข่าวที่นำเสนอในวันนี้ ก็เป็นเรื่องของฝรั่งที่เค้ากำลังทดสอบระบบเครือข่าย 4 G ซึ่งบ้านเรา 3 G ยังเพิ่งจะได้ใช้

Verizon Wireless ได้เปิดเผยในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าได้เริ่มทดสอบการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 4G ขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว
โดยเมืองที่ Verizon Wireless ได้เลือกใช้เป็นสถานที่ทดสอบการใช้งานเครือข่าย 4G ขั้นต้นนั้นคือซีแอ็ทเทิ่ล และบอสตั้น ซึ่งมีการทดสอบติดตั้ง site เครือข่าย 4G ที่ใช้คลื่นความถี่ 700MHz ไปจำนวน 10 cell site และสามารถทดลองใช้โทรศัพท์เข้าออกได้แล้ว โดยการที่เลือกเมืองทั้ง 2ในการทดสอบนั้นเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์, สภาพบริเวณเขตเมือง และนอกตัวเมือง และจำนวนผู้ที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารต่างๆที่มีในเมือง สำหรับเทคโนโลยี 4G ที่ Verizon เลือกใช้นั้นจะเป็น Long Term Evolution (LTE) ขณะที่คู่แข่งอย่าง Clearwire นั้นเลือกใช้ WiMax เป็นเทคโนโลยีหลัก
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ช่วงนี้ผมเงียบไปนานเพราะมีภารกิจส่วนตัวมากจริงๆครับ เร็วนี้จะทำ Twitter ของ siamWiMAX ด้วย ส่วนข่าวที่นำเสนอในวันนี้ ก็เป็นเรื่องของฝรั่งที่เค้ากำลังทดสอบระบบเครือข่าย 4 G ซึ่งบ้านเรา 3 G ยังเพิ่งจะได้ใช้</p></blockquote>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" src="http://img.spacethai.net/images/lte3.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/lte3.jpg" /></p>
<p>Verizon Wireless ได้เปิดเผยในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าได้เริ่มทดสอบการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 4G ขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>โดยเมืองที่ Verizon Wireless ได้เลือกใช้เป็นสถานที่ทดสอบการใช้งานเครือข่าย 4G ขั้นต้นนั้นคือซีแอ็ทเทิ่ล และบอสตั้น ซึ่งมีการทดสอบติดตั้ง site เครือข่าย 4G ที่ใช้คลื่นความถี่ 700MHz ไปจำนวน 10 cell site และสามารถทดลองใช้โทรศัพท์เข้าออกได้แล้ว โดยการที่เลือกเมืองทั้ง 2ในการทดสอบนั้นเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์, สภาพบริเวณเขตเมือง และนอกตัวเมือง และจำนวนผู้ที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารต่างๆที่มีในเมือง สำหรับเทคโนโลยี 4G ที่ Verizon เลือกใช้นั้นจะเป็น Long Term Evolution (LTE) ขณะที่คู่แข่งอย่าง Clearwire นั้นเลือกใช้ WiMax เป็นเทคโนโลยีหลัก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/09/verizon-test-4g/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจาะระบบความปลอดภัยบนเครือข่ายไร้สายโดย While Hacker ที่สนามบินฮีทโธรว์</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 Aug 2009 10:49:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัยบนเครือข่ายไร้สาย]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าอากาศยานฮีทโธรว์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=178</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อคืนที่ผ่านมาผมได้ดูรายงานพิเศษจากข่าวภาคดึกของช่อง 9 MCOT เป็นรายงานพิเศษที่ทาง MCOT นำมาจากสถานีโทรทัศน์ CNN ที่ทดสอบระบบความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไร้สายของท่าอากาศยานฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายทำการทดสอบระบบเครือข่ายไร้สายทั้งหมดในสนามบินที่มีอยู่ราวๆ 20 เครือข่าย พบว่ามีเครือข่ายไร้สายที่ตั้งค่าความปลอดภัยในระดับต่ำอยู่ถึง 5 เครือข่าย และนอกจากนี้ยังมีเครือข่ายบางเครือข่ายที่เป็นเครือข่ายปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดย Hacker เพื่อขโมยข้อมูลบนเครือข่ายไร้สาย
และจากการศึกษาระบบเครือข่ายไร้สายในท่าอากาศยานนานาชาติชั้นนำหลายแห่งพบว่า 80 % ใช้เครือข่ายไร้สายแบบเปิดไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย
ในมุมมองของผมแล้วนะครับ ต้องยอมรับกันตรงๆเลยว่า เราหนีไม่พ้นภัยคุกคามเหล่านี้ ถึงแม้ว่า VDO นี้จะอธิบายเฉพาะเครือข่ายไร้สายระยะใกล้อย่าง WiFi แต่ยิ่งถ้าเราขยายสเกลของเครือข่ายไร้สายออกไปในระยะไกลเช่นบนเครือข่าย WiMAX ก็ไม่ต่างอะไรกับการเพิ่มพื้นที่การทำงานให้กับเหล่า Hacker พวกนี้เลย
แต่ก็ไม่ต้องตกใจหรือตื่นกลัวกับเรื่องพวกนี้เลยครับ ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเครื่องข่ายไร้สายที่เป็นแบบเปิดเท่านั้น แล้วยิ่งสมัยนี้ก็มีการพัมนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มากขึ้น ก็สบายใจได้แล้วในระดับนึง
แต่ส่งที่สำคัญที่สุดคือ ก่อนที่คุณจะส่งข้อมูลต่างๆออกไปหากมีการเข้ารหัสไว้ที่เครื่องคุณก่อนเช่นเทคโนโลยี HTTPS และ SSL ก็ช่วยในด้านความปลอดภัยแล้วหละครับ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/6a00d8341b.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/6a00d8341b.jpg" width="242" height="364" />เมื่อคืนที่ผ่านมาผมได้ดูรายงานพิเศษจากข่าวภาคดึกของช่อง 9 MCOT เป็นรายงานพิเศษที่ทาง MCOT นำมาจากสถานีโทรทัศน์ CNN ที่ทดสอบระบบความปลอดภัยบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไร้สายของท่าอากาศยานฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่ายทำการทดสอบระบบเครือข่ายไร้สายทั้งหมดในสนามบินที่มีอยู่ราวๆ 20 เครือข่าย พบว่ามีเครือข่ายไร้สายที่ตั้งค่าความปลอดภัยในระดับต่ำอยู่ถึง 5 เครือข่าย และนอกจากนี้ยังมีเครือข่ายบางเครือข่ายที่เป็นเครือข่ายปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดย Hacker เพื่อขโมยข้อมูลบนเครือข่ายไร้สาย</p>
<p>และจากการศึกษาระบบเครือข่ายไร้สายในท่าอากาศยานนานาชาติชั้นนำหลายแห่งพบว่า 80 % ใช้เครือข่ายไร้สายแบบเปิดไม่มีระบบรักษาความปลอดภัย</p>
<p>ในมุมมองของผมแล้วนะครับ ต้องยอมรับกันตรงๆเลยว่า เราหนีไม่พ้นภัยคุกคามเหล่านี้ ถึงแม้ว่า VDO นี้จะอธิบายเฉพาะเครือข่ายไร้สายระยะใกล้อย่าง WiFi แต่ยิ่งถ้าเราขยายสเกลของเครือข่ายไร้สายออกไปในระยะไกลเช่นบนเครือข่าย WiMAX ก็ไม่ต่างอะไรกับการเพิ่มพื้นที่การทำงานให้กับเหล่า Hacker พวกนี้เลย</p>
<p>แต่ก็ไม่ต้องตกใจหรือตื่นกลัวกับเรื่องพวกนี้เลยครับ ปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเครื่องข่ายไร้สายที่เป็นแบบเปิดเท่านั้น แล้วยิ่งสมัยนี้ก็มีการพัมนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มากขึ้น ก็สบายใจได้แล้วในระดับนึง</p>
<p>แต่ส่งที่สำคัญที่สุดคือ ก่อนที่คุณจะส่งข้อมูลต่างๆออกไปหากมีการเข้ารหัสไว้ที่เครื่องคุณก่อนเช่นเทคโนโลยี HTTPS และ SSL ก็ช่วยในด้านความปลอดภัยแล้วหละครับ<br />
<object width="480" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/k-97g2ZSY0o&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/k-97g2ZSY0o&#038;hl=en&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="480" height="385"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/08/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Notebook MSI X-Slim X340 ได้รับใบรับรองอย่างเป็นทางการจาก WiMAX Forum</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/08/notebook-msi-x-slim-x340-wimax-foru/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/08/notebook-msi-x-slim-x340-wimax-foru/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 Aug 2009 08:52:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ WiMAX]]></category>
		<category><![CDATA[intel CULV]]></category>
		<category><![CDATA[MSI]]></category>
		<category><![CDATA[MSI X-Slim X340]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX Forum certification]]></category>
		<category><![CDATA[Wimax Notebook MSI]]></category>
		<category><![CDATA[Wind U120]]></category>
		<category><![CDATA[X-Slim X340]]></category>
		<category><![CDATA[X-Slim X340 Li-Polymer]]></category>
		<category><![CDATA[X-Slim X600]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=172</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ ไม่ได้ทักทายกันซะนานเลยนะครับ เพราะผมติดภารกิจหลายอย่างไม่ได้มาอัพเดทข่าวคราวซักเท่าไหร่ พอดีผมไปอ่านข่าวที่ thaipr.net ครับ มีเรื่องของ Notebook MSI X-Slim X340 ที่พึ่งได้รับใบรับรองจาก WiMAX Forum มาสดๆร้อนๆ เราไปดูข่าวนี้กันเลยครับ
กลาย เป็นสินค้าสุดฮอตที่ขายดีทั่วโลกประจำช่วงซัมเมอร์ นี้ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ X-Slim X340 โน้ตบุ๊คสุดฮิปที่บางเฉียบสุดๆ จาก MSI ล่าสุดยังตอกย้ำความสำเร็จด้วยการรับรองจาก WiMAX Forum เกี่ยวกับระบบการสื่อสารเครือข่ายไร้สายที่ได้มาตรฐานของไวแมกซ์ โฟรั่ม ส่งผลให้ MSI กลายเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเพียงรายเดียวของไต้หวันที่ได้รับรอง มาตรฐานดังกล่าวในปัจจุบัน และในอันดับต่อไปผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ของ MSI จะเริ่มรองรับเครือข่ายไร้สายด้วยเทคโนโลยี WiMAX ที่เป็นระบบการสื่อสารไร้สายยุคที่ 4 ที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน
WiMAX Forum เป็นองค์กรที่สำคัญที่สุดในโลกที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและประชาสัมพันธ์การ ใช้งานระบบสื่อสารไร้สายระบบใหม่อย่าง WiMAX ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ 2001 ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 500 องค์กร ซึ่งมีตั้งแต่ผู้ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคม ผู้ให้บริการระบบ ตลอดจนผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย เวบไซต์ของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>สวัสดีครับ ไม่ได้ทักทายกันซะนานเลยนะครับ เพราะผมติดภารกิจหลายอย่างไม่ได้มาอัพเดทข่าวคราวซักเท่าไหร่ พอดีผมไปอ่านข่าวที่ thaipr.net ครับ มีเรื่องของ Notebook MSI X-Slim X340 ที่พึ่งได้รับใบรับรองจาก WiMAX Forum มาสดๆร้อนๆ เราไปดูข่าวนี้กันเลยครับ</p></blockquote>
<p><img class="alignleft" src="http://img.spacethai.net/images/prodff77f1.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/prodff77f1.jpg" width="280" height="158" />กลาย เป็นสินค้าสุดฮอตที่ขายดีทั่วโลกประจำช่วงซัมเมอร์ นี้ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ X-Slim X340 โน้ตบุ๊คสุดฮิปที่บางเฉียบสุดๆ จาก MSI ล่าสุดยังตอกย้ำความสำเร็จด้วยการรับรองจาก WiMAX Forum เกี่ยวกับระบบการสื่อสารเครือข่ายไร้สายที่ได้มาตรฐานของไวแมกซ์ โฟรั่ม ส่งผลให้ MSI กลายเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเพียงรายเดียวของไต้หวันที่ได้รับรอง มาตรฐานดังกล่าวในปัจจุบัน และในอันดับต่อไปผลิตภัณฑ์รุ่นอื่นๆ ของ MSI จะเริ่มรองรับเครือข่ายไร้สายด้วยเทคโนโลยี WiMAX ที่เป็นระบบการสื่อสารไร้สายยุคที่ 4 ที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน</p>
<p>WiMAX Forum เป็นองค์กรที่สำคัญที่สุดในโลกที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและประชาสัมพันธ์การ ใช้งานระบบสื่อสารไร้สายระบบใหม่อย่าง WiMAX ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ 2001 ปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 500 องค์กร ซึ่งมีตั้งแต่ผู้ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคม ผู้ให้บริการระบบ ตลอดจนผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทั้งหลาย เวบไซต์ของ WiMAX Forum http://www.wimaxforum.org/productshowcase/x340-mobile-station</p>
<p>ทั้ง นี้ การได้รับรองมาตรฐาน WiMAX Forum certification แสดงถึงการรองรับการทำงานบนเทคโนโลยี WiMAX ในระดับสูง และแสดงว่าผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองนั้นๆ มอบความสะดวกสบายและการใช้งานในรูปแบบไร้สายได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งเป็นไปตามข้อกำหนดที่ทำให้ข้อกำหนดของผู้ให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคม รวมทั้งผู้ใช้งานและภาครัฐอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน</p>
<p>มร.วินเซนต์ ซุง หัวหน้าแผนกวิจัยและพัฒนาของ MSI อธิบายว่า MSI ได้ผนวกนวัตกรรมและจิตวิญญาณด้านการออกแบบ การผลิต การลงทุนลงแรง ความกระตือรือร้น ทีมงาน และเงินทุน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีล่าสุดดังกล่าวให้เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและมีมาตรฐาน รองรับโมดูล WiMAX และเมื่อโครงสร้าง WiMAX พร้อมใช้งาน MSI ก็จะก้าวเป็นผู้นำของโลกในฐานะผู้ผลิตที่นำเสนอโน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ที่ติด ตั้งเทคโนโลยี WiMAX ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้ทั่วโลก นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ X-Slim X340 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นบางเฉียบเครื่องแรกที่ผลิตโดยผู้ผลิตชาวไต้หวันที่ผ่านการ รับรองมาตรฐานจาก WiMAX Forum certification</p>
<p>ซุง กล่าวเสริมว่า X340 เป็นโน้ตบุ๊คขนาดจอ 13 นิ้ว ที่บางเฉียบที่สุดเท่าที่มีจัดจำหน่ายในตลาดทุกวันนี้ มาพร้อมโปรเซสเซอร์ยุคใหม่จาก Intel ภายใต้ชื่อ CULV และมี WiMAX เป็นตัวเลือกเสริม ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายสุดยอดสำหรับการใช้งานทุกที่และทุกเวลา ด้วยโน้ตบุ๊คที่มีน้ำหนักเพียง 1.3 กิโลกรัมเสริมกับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านเทคโนโลยี WiMAX ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบความเร็วสูงพิเศษ ดังนั้นไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่ผู้ใช้ก็สามารถออนไลน์และดาวน์โหลด ข้อมูลได้ทันที ไม่เว้นแม้แต่ช่วงที่ผู้ใช้กำลังใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน</p>
<p>ซุง เพิ่มเติมว่า X-Slim X340 มาพร้อมดีไซน์ที่บางเฉียบ โดยมีส่วนหนาที่สุดเพียง 19.8 มิลลิเมตร และบางเฉียบเพียง 6 มิลลิเมตร จึงไม่ใช่แค่เรื่องฮือฮาของวงการไฮเทค แต่ยังแสดงให้เห็นถึงส่วนผสมที่ลงตัวของรสนิยมที่ดีเยี่ยมที่มีกลิ่นอายของ แฟชั่น โน้ตบุ๊ค X-Slim X340 มาพร้อมแบตเตอรี่ Li-Polymer ชนิดบางแบบ 8 Cells ช่วยให้สามารถทำงานได้ยาวนานถึง 9 ชั่วโมง สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ของ MSI ที่รองรับเทคโนโลยี WiMAX ยังรวมถึง Wind U120 มินิโน้ตบุ๊คจอ 10 นิ้ว และ X-Slim X600 อีกหนึ่งนวัตกรรมแห่งความบาง ขนาดจอ 15.6 นิ้ว</p>
<div><img style="cursor: -moz-zoom-in;" src="http://img.spacethai.net/images/msiwimax.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/msiwimax.jpg" width="854" height="588" /></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/08/notebook-msi-x-slim-x340-wimax-foru/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาดูกันว่า Intel เค้าทดสอบ WiMAX กันถึงไหนแล้ว !</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/07/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-intel-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a-wimax-%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/07/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-intel-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a-wimax-%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2009 16:14:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[Intel ทดสอบ WiMAX]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX QoS]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX Quality of service]]></category>
		<category><![CDATA[ทดสอบ WiMAX]]></category>
		<category><![CDATA[สถานีฐาน WiMAX]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ ไม่ได้มาอัพเดทข่าวต่างๆซะนานเลยนะครับ ตามที่สัญญาไว้นะครับ วันนี้ผมมีคลิปวีดีโอ การทดสอบไวแม็กของ Intel โดยการทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบระยะการทำงานของไวแม็กซ์ซึ่งเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ ไวแม็กซ์ตามทฤษฏีและการทดสอบจะมีระยะทำการได้สูงสุด กว่า 48 กิโลเมตร นั้นสูงกว่าดทรศัพท์มือถือซะอีก แต่ผมคิดว่าที่ระยะ 48 กิโลเมตรเค้าคงยังไม่คิดคำนวณเรื่องของ QoS หรือ Quality of service เพราะยังไงซะเจ้าตัวอุปกรณ์ลูกข่ายเล็กๆ ก็คงไม่มีกำลังส่งได้ทีละ 40-50 กิโลเมตรหรอกครับ




ใน Clip VDO นี้เราจะได้เห็นว่าในระยะทางต่างๆตั้งแต่ไม่กี่ร้อยเมตรจากสถานีฐานซึ่งอยู่บนสำนักงาน Intel ไปจนถึงระยะกว่า 12.2 ไมล์หรือประมาณ 19.52 กิโลเมตร ซึ่งผลการทดสอบไม่ได้เน้นถึงรายละเอียดเชิงเทคนิคแต่เป็นการทดสอบการใช้งาน VDO Link ซึ่งคุณภาพที่ออกมาใช้ได้ดีเลยทีเดียว
ไปดูกันเลยดีกว่าครับ

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ ไม่ได้มาอัพเดทข่าวต่างๆซะนานเลยนะครับ ตามที่สัญญาไว้นะครับ วันนี้ผมมีคลิปวีดีโอ การทดสอบไวแม็กของ Intel โดยการทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบระยะการทำงานของไวแม็กซ์ซึ่งเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ ไวแม็กซ์ตามทฤษฏีและการทดสอบจะมีระยะทำการได้สูงสุด กว่า 48 กิโลเมตร นั้นสูงกว่าดทรศัพท์มือถือซะอีก แต่ผมคิดว่าที่ระยะ 48 กิโลเมตรเค้าคงยังไม่คิดคำนวณเรื่องของ QoS หรือ Quality of service เพราะยังไงซะเจ้าตัวอุปกรณ์ลูกข่ายเล็กๆ ก็คงไม่มีกำลังส่งได้ทีละ 40-50 กิโลเมตรหรอกครับ</p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/capturufu.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/capturufu.jpg" /></p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/capture1.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/capture1.jpg" /></p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/capturzwz.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/capturzwz.jpg" /></p>
<p><img src="http://img.spacethai.net/images/capture3.jpg" alt="http://img.spacethai.net/images/capture3.jpg" /></p>
<p>ใน Clip VDO นี้เราจะได้เห็นว่าในระยะทางต่างๆตั้งแต่ไม่กี่ร้อยเมตรจากสถานีฐานซึ่งอยู่บนสำนักงาน Intel ไปจนถึงระยะกว่า 12.2 ไมล์หรือประมาณ 19.52 กิโลเมตร ซึ่งผลการทดสอบไม่ได้เน้นถึงรายละเอียดเชิงเทคนิคแต่เป็นการทดสอบการใช้งาน VDO Link ซึ่งคุณภาพที่ออกมาใช้ได้ดีเลยทีเดียว</p>
<p>ไปดูกันเลยดีกว่าครับ<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/Tzna27LgBSk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x2b405b&amp;color2=0x6b8ab6" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/Tzna27LgBSk&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;color1=0x2b405b&amp;color2=0x6b8ab6" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/07/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-intel-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a-wimax-%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จะเกิดอะไรขึ้นถ้า WiMAX ถูกใช้จริงในชีวิตประจำวัน</title>
		<link>http://www.siamwimax.com/2009/06/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2-wimax/</link>
		<comments>http://www.siamwimax.com/2009/06/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2-wimax/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Jun 2009 16:09:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวสาร]]></category>
		<category><![CDATA[Broadband on the Go]]></category>
		<category><![CDATA[Intel Broadband on the Go]]></category>
		<category><![CDATA[WiMAX On the go]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปวีดีโอ Animation]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamwimax.com/?p=167</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีครับ หลังจากที่ผมไม่ได้มาเขียนบทความมาซะนานเลยนะครับ
ไม่ใช่อะไรหรอกครับ คือเรื่องที่จะจุดประกายให้ผมเขียนผมว่าเป็นอะไรที่หายากมาก คือมันเงียบจนน่าตกใจ ไม่รู้ว่าท่านๆ ผู้ใหญ่ใน กทช. หรือหน่วยงานต่างๆเค้ายังทำการทดลองกันบ้างรึป่าว
แต่ที่แน่ๆ คำถามที่อยู่ในใจพวกเราเสมอคือ เมื่อไหร่เราจึงจะได้ใช้ WiMAX ซักที่เฮอๆ
เอาหล่ะครับไม่ได้เจอกันนานวันนี้ผมมี คลิปวีดีโอ Animation มาให้ดูนะครับ

คลิปวีดีโอ Animation นี้ Intel เป็นคนผลิตขึ้นมานะครับอาจดูคล้ายกับนิยายวิทยาศาสตร์แต่ก็ดูอลังการดี
คลิปวีดีโอ Animation นี้จะอธิบายภาพรวมของไวซ์แม็กว่ามันควรจะเป็นอย่างไร
Intel โชร์คอนเซ็บ Broadband on the Go เพื่อแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะออกไปไหน อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็จะติดตัวไปกับคุณ
คำอธิบาย VDO จากต้นฉบับ Animation that showcases how WiMAX works and what it means to mobile users. 
วันนี้ฝากให้ชมคลิปนี้กันก่อน เดี๋ยววันหลังผมมีอีกคลิปนึงมาให้ดูครับ เป็นแบบทดลองจริงๆ ด้วยคนจริงๆ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ หลังจากที่ผมไม่ได้มาเขียนบทความมาซะนานเลยนะครับ</p>
<p>ไม่ใช่อะไรหรอกครับ คือเรื่องที่จะจุดประกายให้ผมเขียนผมว่าเป็นอะไรที่หายากมาก คือมันเงียบจนน่าตกใจ ไม่รู้ว่าท่านๆ ผู้ใหญ่ใน กทช. หรือหน่วยงานต่างๆเค้ายังทำการทดลองกันบ้างรึป่าว</p>
<p>แต่ที่แน่ๆ คำถามที่อยู่ในใจพวกเราเสมอคือ เมื่อไหร่เราจึงจะได้ใช้ WiMAX ซักที่เฮอๆ</p>
<p>เอาหล่ะครับไม่ได้เจอกันนานวันนี้ผมมี คลิปวีดีโอ<span> Animation </span>มาให้ดูนะครับ<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="560" height="340" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/ujbFwiPUvUc&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="340" src="http://www.youtube.com/v/ujbFwiPUvUc&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>คลิปวีดีโอ <span>Animation</span> นี้ Intel เป็นคนผลิตขึ้นมานะครับอาจดูคล้ายกับนิยายวิทยาศาสตร์แต่ก็ดูอลังการดี</p>
<p>คลิปวีดีโอ <span>Animation</span> นี้จะอธิบายภาพรวมของไวซ์แม็กว่ามันควรจะเป็นอย่างไร</p>
<p>Intel โชร์คอนเซ็บ Broadband on the Go เพื่อแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะออกไปไหน อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็จะติดตัวไปกับคุณ</p>
<blockquote><p>คำอธิบาย VDO จากต้นฉบับ <span>Animation that showcases how WiMAX works and what it means to mobile users. </span></p></blockquote>
<p>วันนี้ฝากให้ชมคลิปนี้กันก่อน เดี๋ยววันหลังผมมีอีกคลิปนึงมาให้ดูครับ เป็นแบบทดลองจริงๆ ด้วยคนจริงๆ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamwimax.com/2009/06/%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b6%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%96%e0%b9%89%e0%b8%b2-wimax/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
