Skype เปิดตัวบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตบนหน้าจอทีวี

http://img.spacethai.net/images/5530000001.jpg

Skype ผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตพยายามผลักตัวเองออกจากหน้าจอ คอมพิวเตอร์ มาสู่โทรศัพท์บ้าน และโทรศัพท์มือถือ ล่าสุดเทคโนโลยีโทรศัพท์ผ่านเน็ตทั้งในรูปแบบวิดีโอและเสียงของสไกป์กำลัง ถูกแนบมาในชุดโทรทัศน์ความละเอียดสูงหรือ high-definition TV (HDTV) ที่สามารถต่ออินเทอร์เน็ตได้

สไกป์ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคม 2010 ที่ผ่านมาว่า บริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตของสไกป์นั้นจะปรากฏโฉมในเอชดีทีวีหลายรุ่น ของพานาโซนิก (Panasonic) ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยี VIERA CAST สำหรับรับสัญญาณสตรีมมิงข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพื่อให้ผู้ใช้สามารถชมวิดีโอ ออนดีมานด์จากอินเทอร์เน็ตได้

นอกจากพานาโซนิก บริการของสไกป์ยังจะปรากฏในแอลซีดีและพลาสม่าความละเอียดสูงรุ่นใหม่ๆของแอล จี (LG) ด้วย ซึ่งเป็นรุ่นที่มีเทคโนโลยี NetCast Entertainment Access สำหรับชมวีดีโอออนไลน์เช่นกัน โดยเอชดีทีวีทั้งหมดคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้ในกลางปีนี้

http://img.spacethai.net/images/indextvv1.jpgแอล จีและพานาโซนิกจะจำหน่ายทีวีพร้อมกับชุดเว็บแคมหรือกล้องถ่ายวิดีโอขนาดจิ๋ว ความละเอียดสูงที่สามารถให้ภาพความละเอียด 720p ตามมาตรฐานเอชดี นี่เองคืออุปกรณ์สำคัญที่ผู้ใช้จะสามารถทำ”วิดีโอคอล”หรือการโทรศัพท์ผ่าน อินเทอร์เน็ตแบบเห็นหน้าตาได้บนทีวี

สไกป์นั้นเคยเป็นบริษัทในเครืออีเบย์ (eBay) ก่อนจะถูกขายให้กับกลุ่มนักลงทุนในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา บริการของสไกป์คือการเปิดช่องให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถโทรศัพท์ถึงกันจาก หน้าคอมพิวเตอร์ได้ฟรีจากทุกมุมโลก แต่จะคิดค่าบริการเพียงเล็กน้อยกับสมาชิกที่โทรศัพท์ไปยังเครื่องโทรศัพท์ มือถือหรือโทรศัพท์บ้าน บริการของสไกป์ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกเนื่องจากความคุ้มค่าในการโทรข้าม ประเทศ ซึ่งผู้ใช้จะไม่ต้องเสียค่าโรมมิ่งราคาแพงอย่างที่เคยในอดีต

สไกป์ระบุว่า ผู้ใช้สไกป์บนคอมพิวเตอร์จะสามารถทำวิดีโอคอลได้บนภาพความละเอียดสูง 720p ในเร็ววันนี้ โดยการทำวิดีโอคอลความละเอียดสูงนั้นจะเกิดขึ้นได้บนอินเทอร์เน็ตความเร็ว สูงเท่านั้น ต้องมีเว็บแคมความละเอียดสูง พร้อมหน่วยประมวลผลความเร็วรอบไม่ต่ำกว่า 1.8 GHz และต้องมีซอฟต์แวร์สไกป์เวอร์ชัน Skype 4.2 ซึ่งขณะนี้ยังเป็นเวอร์ชันทดลองหรือ Beta สำหรับระบบปฏิบัติการวินโดวส์เท่านั้น โดยสไกป์ยังไม่เปิดเผยกำหนดการคลอดเวอร์ชันสำหรับแมคอินทอชในขณะนี้

สไกป์ระบุว่า ผู้ผลิตเว็บแคมรายอื่นๆในตลาดเช่น faceVision และ In Store Solutions ต่างกำลังจะเปิดตัวเว็บแคมความละเอียด 720p ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะส่งเสริมให้การทำวิดีโอคอลความละเอียดสูงแพร่หลายมากยิ่งขึ้น

http://img.spacethai.net/images/553000zjz.jpghttp://img.spacethai.net/images/553000vsv.jpg

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Wi-Fi กับ WiMAX

http://img.spacethai.net/images/00173lglte.jpg

หลายคนสับสนระหว่าง WiMAX กับ Wi-Fi ทั้งคู่มีตัวย่อตัวอักษรแรกเหมือนกันคือ Wi และใช้มาตรฐาน IEEE บนสถาปัตยกรรม “802.” เหมือนกัน มีความเกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อเครือข่ายและอินเตอร์เน็ตเหมือนกัน อย่างไรก็ตามมาตรฐานทั้งสองมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยและความต้องการในการใช้งาน.

http://img.spacethai.net/images/00173evolu.jpg

WiMAX เป็นคลื่นสัญญาณที่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อแบบ point-to-point กับผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต ISP ไปยังลูกค้า end user โดยใช้มาตรฐาน 802.16 กับการเชื่อมต่อจากอุปกรณืแบบพกพา เช่นโทรศัพท์ไร้สาย
Wi-Fi เป็นคลื่นที่ไม่ได้รับสัมปทานในการเชื่อมต่อเครือข่าย นั้นหมายความว่า มีแค่สัญญาณครอบคลุม กับรหัสผ่านก็สามารถเข้าใช้งานได้แล้ว
WiMAX และ Wi-Fi มีการกำหนดความต้องการในการใช้บริการ Quality of Service (QoS) โดย WiMAX จะใช้กลไกในการเชื่อมต่อระหว่างสถานีฐานกับอุปกรณืของผู้ใช้ โดยในแต่ละการเชื่อมต่อจะมีการกำหนดค่าอัลกอรึทึ่ม ส่วน Wi-Fi ใช้ QoS ในการกำหนดค่าการเชื่อมต่อ Ethernet กำหนดการไหลของแพ็คเก็จข้อมูล เช่นการใช้งานโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต VoIP ผ่านเว็บเบราเซอร์

คลื่นความถี่ในการให้บริการจะมีมาตรฐาน 2.3GHZ, 2.5GHz และ 3.5MHz แต่สำหรับในประเทศไทย ขั้นแรกทาง กทช ได้อนุมัติและทดสอบการให้บริการภายใต้คลื่นความถี่ 2.3GHz และ 2.4GHz ส่วน 2.5GHz ขึ้นไปยังมีสัญญาณรบกวนอยู่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาต่อไป สำหรับรัศมีในการให้บริการจะอยู่ที่ 50 กิโลเมตรโดยประมาณ

http://img.spacethai.net/images/00173image.jpg

เอาเป็นว่า ใครที่ใช้ Wi-Fi อยู่ หลายๆ คนคงจะหาเสาเพื่อช่วยเพิ่มรัศมีในการรับสัญญาณ Wireless เพื่อรู้ถึงขีดความสามารถที่มีความสามารถในการส่งสัญญาณแค่ 30 เมตร จะดีแค่ไหนหากว่า WiMAX ตอบสนองในการใช้งานที่ครอบคลุมกว่า และกว้างไกลกว่า (50 กิโลเมตร) ไม่ต้องเดินเข้าร้านกาแฟหรืออยู่ในห้างที่จำกัดบริเวณ ก็สามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีสัญญาณ WiMAX ครอบคลุม

คุณสมบัติมาตรฐาน IEEE 802.16

  • รัศมีการกระจายสัญญาณ – 30 ไมล์ (50 กิโลเมตร) จากสถานีฐาน
  • ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล – 70 เม็กกะบิตต่อวินาที (ปกติเราใช้ Wi-Fi กันแค่ 1 – 2 เม็กกะบิตต่อวินาทีเท่านั้นเอง)
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ Line-of-sight ระหว่างผู้ใช้กับสถานีฐาน
  • ย่านความถี่ 2 ถึง 11 GHz และ 10 ถึง 66 GHz (คลื่นที่ได้รับสัมปทานและไม่ได้รับสัมปทาน)
  • กำหนดค่าได้ทั้ง MAC และ PHY รวมไปถึงสนับสนุน PHY-layer

ข้อมูลจาก i3.in.th

29 ตุลาคม ปี 2009 ครบรอบ 40 ปีของ “อินเทอร์เน็ต”

http://img.spacethai.net/images/mnewsigqg.jpgคณะผู้ให้กำเนิดอินเทอร์เน็ตเตรียมจัดงานฉลองครบรอบ 40 ปี ของอินเทอร์เน็ตในวันพฤหัสบดีนี้

เลียว นาร์ด เคลนร็อค และคณะที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย วิทยาเขตลอสแองเจลิส (UCLA) เผยว่า รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ที่มีผู้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เฟซบุ้ค ทวีตเตอร์ ยูทูบ หลังจากเขาและทีมงานทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งของยูซีแอลเอสามารถคุยกับ อีกเครื่องที่สถาบันวิจัยแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2512 ถือเป็นจุดกำเนิดของอินเทอร์เน็ต จนถึงวันนี้ถือว่าอินเทอร์เน็ตสู่วัยรุ่นแล้วและยังต้องเติบโตอีกไกล

เคลน ร็อค วัย 75 ปีเผยถึงจุดกำเนิดอินเทอร์เน็ตว่า เขาเชื่อมาโดยตลอดว่าคอมพิวเตอร์ถูกออกแบบมาให้คุยกันเพื่อสร้างเครือข่าย และควรใช้งานง่ายเหมือนโทรศัพท์ หัวใจสำคัญของการทำให้คอมพิวเตอร์แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้คือการจัดแบ่งข้อ มูลดิจิตัลให้เป็นกลุ่มข้อมูลในเรื่องเดียวกันที่ผู้ใช้สามารถเรียกดูได้ ทันที เขาเสนอแนวคิดนี้ในวิทยานิพนธ์ปี 2505 แล้วนำเสนอบริษัทใหญ่หลายแห่งรวมทั้งเอทีแอนด์ทีแต่ไม่มีใครสนใจ เขาและทีมงานทดลองส่งข้อความแรกไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครื่องที่อยู่คนละสถาน ที่ ตั้งใจพิมพ์คำว่า “LOG” แต่ส่งได้เพียงคำว่า “Lo” จากนั้นมีมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งมาร่วมเป็นเครือข่าย ตามด้วยการได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงานโครงการวิจัยก้าวหน้าสหรัฐ จนกระทั่งมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาตินำซูเปอร์คอมพิวเตอร์มาร่วมในเครือข่าย ช่วงปลายคริสตทศวรรษหลังปี 1980 เป็นการเปิดชุมชนออนไลน์ไปสู่แวดวงวิทยาศาสตร์

อินเทอร์เน็ตเริ่มเป็น ที่สนใจของสาธารณะเพราะทำให้เกิดการรับส่งข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ (E-mail) และจุดกระแสธุรกิจดอทคอมให้เฟื่องฟูก่อนฟองสบู่แตกในปลายศตวรรษ เคลนร็อค ระบุว่า ด้านมืดของอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นเมื่อมีการปล่อยซอฟต์แวร์เจาะระบบตัวแรกในปี 2531 ตามด้วยการส่งอีเมล์ขยะชิ้นแรกเมื่อปี 2537 เขาและทีมต้องส่งระดมส่งอีเมล์กลับไปจนเครื่องของผู้ส่งอีเมล์ขยะล่ม ผู้ให้กำเนิดอินเทอร์เน็ตคาดว่า อีกไม่นานอินเทอร์เน็ตจะปรากฏอยู่ทุกหนแห่งในการดำเนินชีวิตประจำวัน

อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นเครือข่ายสำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการสร้างเครือข่ายคือ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้ เครือข่าย ARPANET ถือเป็นเครือข่ายเริ่มแรก ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครือข่าย อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน

Android 1.6 code name Donut ออกแล้ว

http://img.spacethai.net/images/logoandroi.gif

http://img.spacethai.net/images/donut.pngAndroid หรือระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ไร้สายเช่นโทรศัพท์มือถือ ซึ่ง Google เป็นผู้ให้กำเนิดและวางแนวทางการพัฒนาให้เป็นแบบโอเพนซอร์สเพื่อให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากไม่กี่เดือนืที่ผ่านมาได้มีการออกเวอร์ชัน ที่มี Code name ว่า Cupcake ตอนนี้ก็มีการพัฒนาต่อ เป็น Android 1.6 code name “Donut”

สำหรับเวอร์ชั่นใหม่นี้เป็นการปรับปรุงตามแผนปรกติ มีฟีเจอร์หลักๆ ที่เพิ่มขึ้นคือ

  • รองรับหน้าจอได้หลายขนาดขึ้น อันนี้ชัดเจนเพราะ Android เองกำลังบุกตลาดเน็ตบุ๊กค่อนข้างแน่
  • ถ่ายวีดีโอได้ในตัว
  • แสดงการใช้พลังงานของซอฟต์แวร์แต่ละตัว อันนี้เจ๋งมาก แจกแจงทีละโปรแกรมว่าใช้พลังงานเป็นสัดส่วนเท่าใหร่ของเครื่อง
  • รองรับ VPN ในตัว เข้าใจว่าทำมาเพื่อเอาใจลูกค้า enterprise
  • ระบบค้นหาใหม่ ทำให้ซอฟต์แวร์อื่นๆ สามารถส่งข้อมูลเข้าไปในผลการค้นหาได้

และเราอาจได้เห็นอุปกรณ์ที่ใช้ Android 1.6 Code name “Donut” ราวๆเดือนตุลาคมนี้

ข่าวนี้ถึงแม้ไม่เกี่ยวกับ WiMAX โดยตรง แต่ก็มีโอกาศเป็นไปได้ว่าเมื่อมีการวางมาตราฐานโทรศัพท์มือถือบนโครงข่าย WiMAX ที่เป็นรูปเป็นร่างมากกว่านี้ อนาคต Android ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับระบบปฏิบัติการโทรศัพทืมือถือบนโครงข่าย WiMAX ก็เป้นได้

VDO ด้านล่างคือ VDO เปิดตัว Android 1.6 code name Donut จากทาง Google

Verizon เริ่มขั้นตอนทดสอบใช้งานเครือข่าย 4G เรียบร้อยแล้ว

ช่วงนี้ผมเงียบไปนานเพราะมีภารกิจส่วนตัวมากจริงๆครับ เร็วนี้จะทำ Twitter ของ siamWiMAX ด้วย ส่วนข่าวที่นำเสนอในวันนี้ ก็เป็นเรื่องของฝรั่งที่เค้ากำลังทดสอบระบบเครือข่าย 4 G ซึ่งบ้านเรา 3 G ยังเพิ่งจะได้ใช้

http://img.spacethai.net/images/lte3.jpg

Verizon Wireless ได้เปิดเผยในวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าได้เริ่มทดสอบการใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 4G ขั้นต้นเรียบร้อยแล้ว

โดยเมืองที่ Verizon Wireless ได้เลือกใช้เป็นสถานที่ทดสอบการใช้งานเครือข่าย 4G ขั้นต้นนั้นคือซีแอ็ทเทิ่ล และบอสตั้น ซึ่งมีการทดสอบติดตั้ง site เครือข่าย 4G ที่ใช้คลื่นความถี่ 700MHz ไปจำนวน 10 cell site และสามารถทดลองใช้โทรศัพท์เข้าออกได้แล้ว โดยการที่เลือกเมืองทั้ง 2ในการทดสอบนั้นเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์, สภาพบริเวณเขตเมือง และนอกตัวเมือง และจำนวนผู้ที่ใช้เทคโนโลยีสื่อสารต่างๆที่มีในเมือง สำหรับเทคโนโลยี 4G ที่ Verizon เลือกใช้นั้นจะเป็น Long Term Evolution (LTE) ขณะที่คู่แข่งอย่าง Clearwire นั้นเลือกใช้ WiMax เป็นเทคโนโลยีหลัก