กทช.พร้อมให้ใบอนุญาต ‘ไวแม็กซ์’ ได้ ก.ย.นี้

http://img.spacethai.net/images/420.jpgมติบอร์ด กทช. เปิดให้บริการไวแม็กซ์ แบ่ง 2 ย่านความถี่ คือ 2.3-2.4 และ 2.5-2.69 ในการให้บริการวางกรอบก.ย.53 ได้ผู้ได้รับใบอนุญาตแน่นอน…

เมื่อ วันที่ 9 มิ.ย. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ขณะนี้ คณะทำงานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband Wireless Access:BWA) หรือ ไวแม็กซ์ ได้สรุปร่างนโยบายการดำเนินงานเรียบร้อยแล้ว พร้อมเสนอให้ กทช.ลงมติเห็นชอบกรอบร่างดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะนำร่างมาจัดรับฟังความคิดเห็นเฉพาะกลุ่มภายในวันที่ 11 มิ.ย. 2553 เพื่อหามติร่วมกันในการดำเนินการต่อไป

สำหรับกรอบการ ดำเนินงานได้กำหนดกรอบคลื่นความถี่ออกเป็น 2 ย่าน คือ ช่วงย่านความถี่  2.3-2.4  กิกะเฮิร์ตซ ที่จะนำมาเปิดให้บริการไวแม็กซ์  และ 2.5-2.69 กิกะเฮิร์ตซ จะนำมาจัดทำโครงการเพื่อให้บริการในลักษณะบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง หรือ ยูโซ่ (USO) โดยปัจจุบันย่านความถี่ 2.3-2.4 กิกะเฮิร์ตซ ปัจจุบัน คลื่นดังกล่าวมีจำนวน 100 เมกะเฮิร์ตซ มีผู้ถือครองเดิมคือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กว่า 64 เมกะเฮิร์ตซ  และหน่วยงานราชการและบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ถือครองอยู่ 36 เมกะเฮิร์ตซ ส่วนย่านความถี่  2.5-2.69  กิกะเฮิร์ตซ ปัจจุบันกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เป็นผู้ให้บริการอยู่ กทช.จึงได้กำหนดให้หน่วยงานใดก็ตามที่ถือครองคลื่นมากกว่า 30 เมกะเฮิร์ตซ นั้นให้คืนคลื่นส่วนที่เหลือเพื่อที่ กทช.จะได้นำไปจัดสรรต่อไป หรืออีกแนวทางให้ผู้ที่มีคลื่นความถี่บริหารจัดการโอนคลื่นดังกล่าว ขณะที่คลื่นความถี่ย่าน 2.5 กิกะเฮิร์ตซ นั้น สามารถให้บริการทางด้านโทรคมนาคมได้ จำนวน 40 เมกะเฮิร์ตซ จึงได้กำหนดให้นำมาจัดทำโครงการเพื่อให้บริการในลักษณะบริการยูโซ่

กรรมการ กทช. กล่าวต่อว่า เบื้องต้นกรอบดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลัก คือ ต้องการให้เกิดการกระตุ้นการแข่งขันและยกระดับการแพร่หลายของบริการบรอด แบนด์อินเทอร์เน็ตของประเทศ และเพื่อส่งเสริมให้เกิดบริการในพื้นที่เป้าหมายในการใช้ไวแม็กซ์ สำหรับพื้นที่ที่มีค่าครองชีพ หรือมีการใช้จ่ายค่าบริการไวแม็กซ์น้อย เนื่องจากขณะนี้ค่าบริการไวแม็กซ์อยู่ที่ 700-800 บาท ต่อเดือน จะเป็นพื้นที่ที่จะนำมาเป็นโครงการนำร่องในการเปิดให้บริการไวแม็กซ์  และกำหนดว่าจะมี 4 จังหวัดแรกเปิดให้บริการ โดยพิจารณาคัดเลือกจากจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ จีดีพี น้อยที่สุด

พ.อ. นที กล่าวอีกว่า กรอบดำเนินการครั้งนี้จะมีประเด็นต่างๆ ที่จะมีการพิจารณา คือ จัดทำร่างสรุปข้อสนเทศ (IM) ร่างประกาศหลักเกณฑ์ จัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในเดือน ก.ค. 2553 ทั้งนี้ จะเชิญชวนและเปิดรับคำขอรับการอนุญาตภายในเดือน ส.ค. 2553 พร้อมดำเนินกระบวนการตามประกาศ โดยคาดการณ์ว่าจะได้ผู้ได้รับใบอนุญาตภายในเดือน ก.ย. 2553

ขั้นตอน ผู้ที่จะเข้ารับใบอนุญาตไวแม็กซ์ทั้ง 2 ย่านความถี่จะมีลักษณะต่างกัน โดยผู้ที่จะได้รับใบอนุญาต 2.3-2.4 กิกะเฮิร์ตซ จะได้ใบอนุญาตแบบที่ 3 คือแบบมีโครงข่ายพร้อมจะสามารถให้บริการโดยใช้คลื่นความถี่ไม่เกิน 30 เมกะเฮิร์ตซ สำหรับผู้ที่ถือครองคลื่นเกินกว่านี้จะต้องโอนคลื่นให้กับผู้ประกอบการราย ใหม่ตามระยะเวลา กทช.กำหนด แต่ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ก็ต้องคืนคลื่นให้กับ กทช.ดำเนินการเพื่อที่จะได้ให้ใบอนุญาตแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการดำเนินการ บริการไวแม็กซ์  สำหรับผู้ที่จะได้รับใบอนุญาต 2.5-2.69 กิกะเฮิร์ตซ จะได้ใบอนุญาตแบบที่ 2 แบบมีโครงข่าย ปัจจุบันเปิดให้บริการแบบทับซ้อน กทช.มองว่าจะจัดประกาศเพื่อรับสมัครผู้ดำเนินโครงการ โดยจะต้องขอรับเงินอุดหนุนจากทาง กทช.น้อย ก็จะมีสิทธิ์เปิดให้บริการโดยมีกำหนดราคาบริการขั้นต่ำภายใน 5 ปี โดยหลังจากนี้ถึงจะขึ้นราคาได้ พร้อมมีใบอนุญาต 10 ปี อย่างไรก็ตาม ถือว่าย่านความถี่นี้จะเป็นการเปิดให้บริการแบบยูโซ่ และจะเปิดให้บริการแบบเชิงพาณิชย์เพียง 15-20 จังหวัด.

News : เวียดนามออกใบอนุญาต WiMAX เปิดฮัลโหล 4G เร็วปรื๋อ (อายเลยผม พี่ไทยยังไม่ออก)

สวัสดีครับไม่ได้มาทักทายกันเป็นเดือนเลย ผมเองก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาทัก ทักรอบนี้เจอข่าวเลยครับเวียดนามเตรียมให้บริการ WiMAX ในประเทสแล้ว ส่วนประเทศไทยของเรา พรบ.จัดสรรคลื่นความถี่ ดูท่าจะทำให้เราถอยหลังลงลึกไปอีก เพราะต่อไปนอกจาก จะเจอปัญหาวิทยุชุมชนพุดขึ้นเป็นดอกเห็ดแล้ว เรายังจะต้องเจอกับปัญหาโทรทัศน์ ชุมชนที่มีความเป็นไปได้ว่าเร็วๆ ก็จะพุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเช่นกัน

http://img.spacethai.net/images/5530000066.gif

แผนภูมิแสดงการทำงานของเทคโนโลยีไวแม็กซ์ ข้อมูลบอกว่าเวอร์ชั่นล่าสุดสามารถดาวน์โหลดด้วยความเร็วถึง 70 Mbps ในรัศมี 1-10 กม.ในเขตเมือง และ 50 กม.ในเขตชนบท ที่ไร้สิ่งกีดขวาง ถึงวันนั้นการสื่อสารในโลกนี้ก็จะไม่เหมือนเดิม

กระทรวงสารสนเทศและโทรคมนาคม (Ministry of Industry and Communications) ได้ออกใบอนุญาตให้บริษัท อินโดไชน่าเทเลคอม (Indochina Telecom) เพื่อติดตั้งเครือข่ายเปิดให้บริการการสื่อสารไร้สาย และอินเตอร์เน็ตด้วยเทคโนโลยีไวแม็กซ์ (Worldwide Interoperability for Microwave Access) เป็นเจ้าแรกในเวียดนาม

หมายความในขณะที่เพิ่งจะเปิดให้บริการโทรศัพท์ไร้สายด้วยระบบ 3G มาไม่กี่เดือน ประเทศเตรียมตัวจะเข้าสู่ยุค 4G แล้ว ทั้งนี้เป็นรายงานที่ตีพิมพ์บนเว็บไซต์ของพรรคคอมมิวนิสต์

อินโดไชน่าเทเลคอม เป็น 1 ใน 10 บริษัทโทรคมนาคมในเวียดนามที่กำลังทดลองใช้เทคโนโลยี WiMAX ในขณะนี้ เพื่อพัฒนาการสื่อสารและการถ่ายข้อมูลความเร็วสูงทั้งในโทรศัพท์ตามบ้านทั่ว ไปและอินเทอร์เน็ตไร้สาย

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้ กล่าวว่า ไม่มีความยุ่งยากอะไรหากจะพัฒนา WiMax และจัดตั้งเครือข่ายขึ้นในเวียดนาม

ก่อนหน้านี้ กระทรวงสารสนเทศฯ ออกใบอนุญาตให้อินโดไชน่าเทเลคอม เป็นผู้ให้บริการบนเครือข่ายสื่อสารไร้สาย หรือ MVNO (Mobile Virtual Network Operator) เป็นเจ้าแรกในประเทศ โดยร่วมใช้ระบบ 3G กับข่ายเวียดเทล (Viettel) ของกองทัพประชาชน และ เปิดโรมิงเข้ากับผู้ให้บริการเครือข่ายต่างๆ ที่เป็นจีเอสเอ็ม (GSM) เหมือนกัน

ตอนที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการ MVNO นั้น อินโดไชน่าเทเลคอม มีแผนการจะเปิดให้บริการในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่ได้เลื่อนแผนการออกไป

ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า จะมีการติดตั้งเครือข่าย WiMAX อย่างไร และในช่วงเวลาใด ในขณะที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ 3G จำนวน 3 ราย กำลังแข่งขันกันแบบเอาเป็นเอาตาย ด้วยการตัดราคาลดค่าใช้บริการหั่นแหลก รายที่ 4 มีกำหนดจะเปิดบริการปลายปีนี้ -

http://img.spacethai.net/images/htcevo4g01.jpg

นี่เป็นโทรศัพท์ 4G เครื่องแรกของโลกของ HTC โดย Sprint แห่งสหรัฐฯ

Sprint เปิดตัวมือถือ WiMAX เครื่องแรก HTC EVO 4G

http://img.spacethai.net/images/htcevo4g01.jpg

http://img.spacethai.net/images/htceveo4g0.jpgหลังจากที่มีข่าวเมื่อปีที่แล้ว ว่า HTC เตรียมเปิดตัวมือถือ WiMAX รองรับ 4G นั้นก็คือ HTC EVO 4G ซึ่งชื่อเดิมของมันคือ HTC Supersonic

แต่ในโลกนี้มี 4G สองค่ายสองมาตราฐานใหญ่ๆ คือ LTE (Long Term Evolution) กับ WiMAX (Worldwide Interoperability for Microwave Access) ซึ่งในกรณีนี้เป็น WiMAX เพราะเป็นของเครือข่าย Sprint ในสหรัฐที่เลือกแทงข้างเทคโนโลยี WiMAX มานาน

สำหรับเจ้า HTC EVO 4G นี้อัดแน่นด้วยขุมพลังอย่างเต็มที่

หน้าจอใหญ่ 4.3 นิ้ว 480×800

ซีพียู Snapdragon QSD8650 1GHz

แรม 512MB

หน่วยความจำภายใน 1GB

กล้องหลัง 8MP พร้อมแฟลช ถ่ายวิดีโอ 720p

กล้องหน้า 1.3MP

ต่อทีวีผ่านระบบ HDMI ได้ (ต้องใช้อแดปเตอร์เฉพาะ)

ระบบปฏิบัติการเป็น Android 2.1 พร้อม Sense UI

Sprint ยังไม่เปิดเผยราคาและวันวางจำหน่าย บอกแค่ว่าช่วงกลางปีนี้ ทาง Engadget ได้ลองเล่น EVO 4G แล้ว ผลออกมาเป็นบวก อ่านรายละเอียดแบบเต็มๆ ได้ตามลิงก์เช่นเคย